อันซุ่นยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน ก่อนเอ่ยอ่านพระบรมราชโองการ
“อาศัยพระบัญชาแห่งสวรรค์ จักรพรรดิมีพระราชโองการว่า
ซูจิ้งเหยา บุตรสาวสายตรงของซั่งชูลิ่ง เป็นสตรีอ่อนโยนและเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ทั้งยังมีความรู้ความสามารถครบถ้วน รูปโฉมงดงามสง่า เปี่ยมด้วยจิตเมตตา
โฉมหน้าของนางงามดุจดอกท้อแห่งวสันตฤดู เปล่งประกายงดงาม คุณธรรมของนางดุจจันทราในคืนสารท ผ่องใสไร้มลทิน
นับแต่เข้าสู่วังตะวันออก นางยึดมั่นในจรรยาสตรี สำรวมกิริยา อ่อนโยนว่าง่าย เป็นที่โปรดปรานของเรายิ่ง
บัดนี้นางตั้งครรภ์ได้แปดเดือน ใกล้จะให้กำเนิดทายาทแห่งราชวงศ์แก่เรา นับเป็นพรอันประเสริฐของเราและเป็นมงคลแห่งราชวงศ์ ทารกในครรภ์ประหนึ่งของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์ แบกรับความหวังของแคว้นจุนไว้
นางมีจิตใจบริสุทธิ์ดีงาม ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างใจกว้าง กิริยาสง่างาม เป็นแบบอย่างแห่งวังหลัง
เราระลึกถึงคุณความดีและความเพียบพร้อมของนาง จึงแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา ให้เป็นแบบอย่างของแผ่นดิน
ขอให้นางใช้จิตเมตตาปกครองวังหลัง และใช้สติปัญญาอันหลักแหลมช่วยเหลือเรา
เมื่อนางคลอดบุตรแล้ว จะเลือกฤกษ์งามยามดีจัดพิธีสถาปนาฮองเฮา ประกาศให้ทั่วแผ่นดินได้รับทราบ
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน”
เมื่ออันซุ่นอ่านจบ ใบหน้าก็ประดับรอยยิ้มประจบ เขาม้วนพระบรมราชโองการเก็บ ก่อนประคองด้วยสองมือส่งให้ฮองเฮาอย่างนอบน้อม
ซูจิ้งเหยารับพระบรมราชโองการมา “หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทในพระมหากรุณาธิคุณ”
กล่าวจบ ซูจิ้งเหยาก็ส่งพระบรมราชโองการให้เหมียวอวิ้น พร้อมส่งสัญญาณให้นางเก็บรักษาไว้ให้ดี
เหมียวอวิ้นรับพระบรมราชโองการด้วยสองมือ ก่อนถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง
หัวใจของจวินเจ๋อเฉินเปี่ยมล้นด้วยความยินดีที่ยากจะบรรยาย เขาผู้สุขุมเยือกเย็นและหนักแน่นอยู่เสมอ เพิ่งเคยรู้สึกถึงความปลาบปลื้มและเร่าร้อนเป็นครั้งแรก
เป็นอารมณ์ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อธิบายไม่ถูก ที่แท้การได้แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาของเขาจะทำให้เขาดีใจถึงเพียงนี้ ราวกับความยินดีนี้เติมเต็มมุมที่อ่อนโยนที่สุดในใจจนเต็มเปี่ยม
ยามนี้ตัวเขาดูไม่สุขุมเกินวัยเหมือนเช่นทุกวันอีกต่อไป ในแววตาลึกล้ำดุจมหาสมุทรกลับมีประกายฮึกเหิมผึ่งผายเพิ่มขึ้นมา
