เมื่อออกจากสำนักจู้หยู ฉู่เช่าเหย่ก็ตรงไปยังร้านรับซื้อวัตถุดิบจากสัตว์วิญญาณแห่งหนึ่ง เขาเอ่ยกับเสี่ยวเอ้อร์ว่า “คุณชายบ้านข้าเพิ่งกลับจากล่าสัตว์ มีโอสถวิญญาณชุดหนึ่งต้องการขาย ไม่ทราบว่าตอนนี้รับซื้อในราคาเท่าไร?”
เสี่ยวเอ้อร์เห็นว่าแม้เขาจะยังอายุน้อย แต่กลับสุขุมเยือกเย็น อีกทั้งบุคลิกก็คล้ายคนจากตระกูลใหญ่ จึงไม่กล้าดูแคลน รีบบอกราคาอย่างตรงไปตรงมา
“คุณชาย ร้านเรารับซื้อโอสถวิญญาณในราคานี้ขอรับ โอสถวิญญาณขั้นหนึ่งเม็ดละ 2 เหรียญเงิน ขั้นสองเม็ดละ 1 เหรียญทอง ขั้นสามเม็ดละ 3 เหรียญทอง...”
ฉู่เช่าเหย่พยักหน้า ราคานี้สูงกว่าที่ซวงเยว่บอกเขาเล็กน้อย
เขาลูบแหวนหยกดำ ก่อนหยิบโอสถวิญญาณขั้นหนึ่ง 10 เม็ดกับขั้นสอง 2 เม็ดออกมา โอสถวิญญาณทั้ง 12 เม็ดล้วนมีธาตุไฟ ทันทีที่นำออกมา อุณหภูมิทั่วทั้งร้านก็ร้อนระอุขึ้น
เมื่อเสี่ยวเอ้อร์เห็นว่าเขาใช้แหวนเก็บของก็ใจสะดุ้ง ของเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีไว้ใช้ได้
ยิ่งกว่านั้น โอสถวิญญาณกว่าสิบเม็ดนับเป็นการค้าก้อนใหญ่ เขาตัดสินใจเองไม่ได้ จึงรีบไปเชิญเถ้าแก่ออกมา
หลังตรวจดูโอสถวิญญาณแล้ว เถ้าแก่ก็กล่าวกับฉู่เช่าเหย่ว่า “คุณชาย โอสถวิญญาณของท่านมีคุณภาพดีเยี่ยม ร้านเรายินดีเพิ่มราคาเพื่อรับซื้อ”
“ตามราคาปกติ โอสถวิญญาณขั้นหนึ่ง 10 เม็ดกับขั้นสอง 2 เม็ดควรมีราคา 20 เหรียญเงินกับ 2 เหรียญทอง ข้ายินดีรับซื้อในราคา 50 เหรียญเงินกับ 2 เหรียญทอง ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
ฉู่เช่าเหย่พยักหน้า ท่าทีราบเรียบราวกับคุ้นชินกับเรื่องเช่นนี้แล้ว “แลกเหรียญเงินส่วนที่เพิ่มมาเป็นเหรียญทองแดงให้ข้า”
