แต่เจ้ายู้ฉิงไม่รู้เลยว่าหลี่เฟิงเองก็เป็นนักบำเพ็ญ
พูดจบ เธอมองสีหน้าตื่นตะลึงเกินเหตุของหลี่เฟิง คิดว่าเขาคงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
เธอซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของหลี่เฟิงอีกครั้ง สองแขนโอบเอวสอบของเขาแน่น “หลี่เฟิง ไม่ต้องกลัวนะ นักบำเพ็ญระดับต้นอย่างฉันไม่ต่างจากผู้หญิงธรรมดาทั่วไปเลย!”
“ที่ฉันพูดเรื่องพวกนี้ ก็แค่อยากบอกคุณว่า ถึงฉันจะแตกต่างจากคนทั่วไป แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตระกูลหยาง ฉันก็ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว และยังต้องแสร้งคบกับผู้ชายทุเรศอย่างหยางเหว่ย...”
“แต่ฉันขอสาบานต่อฟ้า ว่าฉันมีแต่คุณคนเดียวมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้ หรือในอนาคต ฉันไม่มีวันยอมให้หยางเหว่ยแตะต้องตัวแม้แต่นิดเดียว!”
ในใจหลี่เฟิงพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยังตัดสินใจไม่บอกเจ้ายู้ฉิงว่าตัวเองก็เป็นนักบำเพ็ญ
ทำไมถึงไม่บอกน่ะหรือ?
เจ้ายู้ฉิงฉลาดเป็นเลิศ มีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไป ฝึกฝนมานานถึงสี่ปี กว่าจะคลำถึงขอบเขตขั้นหลอมปราณชั้นหนึ่งได้อย่างยากลำบาก
ส่วนเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็ทะลวงขั้นหลอมปราณชั้นหนึ่ง แถมยังคลำถึงขอบเขตขั้นหลอมปราณชั้นสองแล้ว
ถ้าบอกไป คราวนี้คนที่ต้องตกใจก็คงเป็นเจ้ายู้ฉิง
“ยู้ฉิง ถ้าวันหน้าต้องรับมือกับตระกูลหยาง แล้วมีอะไรที่ฉันช่วยได้ ต้องบอกฉันทันทีนะ ฉันไม่อยากให้คุณตกอยู่ในอันตราย เข้าใจไหม?” หลี่เฟิงกล่าวอย่างจริงจัง
