ในเขตที่พักเก่าแห่งหนึ่งของหยุนเฉิง มีวัชพืชขึ้นรกครึ้ม สูงเกือบครึ่งตัวคน
มีบ้านเพียงไม่กี่หลังที่เปิดไฟ แสงสลัวริบหรี่ยิ่งทำให้ทั้งเขตดูราวกับสถานที่ถ่ายทำหนังผี
ที่นี่เคยเป็นบ้านพักพนักงานของสำนักงานรถไฟ แต่ตอนนี้แทบถูกทิ้งร้าง ทั้งยังใกล้จะถูกรื้อถอน บ้านที่ยังมีคนอาศัยอยู่จึงนับนิ้วมือข้างเดียวก็พอ
และเจ้ายู้ฉิงก็อาศัยอยู่ที่นี่
“ยู้ฉิง คุณอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่กลัวเหรอ” หลี่เฟิงเดินตามเจ้ายู้ฉิงเข้าบ้าน พลางอดกวาดตามองรอบ ๆ ไม่ได้
บ้านสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ไม่มาก การตกแต่งก็เรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์เก่าจนเหลือง แต่ได้รับการดูแลรักษาอย่างสะอาดสะอ้าน
ดูเหมือนในบ้านจะมีเจ้ายู้ฉิงอาศัยอยู่เพียงคนเดียว
พอนึกถึงบรรยากาศวังเวงภายในเขตที่พัก แม้แต่เขายังรู้สึกขนลุก นับประสาอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่จริงเมื่อหลี่เฟิงลองนึกย้อนกลับไป ตลอดหลายปีที่รู้จักกันมา เขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้ายู้ฉิงเลย
เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเจ้ายู้ฉิงยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทำงานอะไร และมีพี่น้องหรือเปล่า
รู้เพียงว่าตอนขึ้นมัธยมปลายปีหนึ่ง เจ้ายู้ฉิงย้ายเข้ามาเรียนกลางคันที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งหยุนเฉิง เธอเรียนเก่งมากและครองอันดับหนึ่งของชั้นปีมาโดยตลอด
เธอยังหน้าตาสะสวยด้วย จะเรียกว่าเป็นดาวเด่นประจำโรงเรียนก็ดูผิวเผินเกินไป เรียกว่าสาวอัจฉริยะถึงจะเหมาะกว่า
“ไม่กลัว กลับชอบด้วยซ้ำ” เจ้ายู้ฉิงผายมือให้หลี่เฟิงนั่งลงบนโซฟา
