จั่วซือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบเดินตามไป
กลุ่มคนพวกนั้นกำลังคุยกันอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามาใกล้ ต่างพากันหันขวับมามอง
ทันทีที่จังรุ่ยเห็นเฉินอวี่...
สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับคืนสู่ปกติอย่างรวดเร็ว
พวกผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ สีหน้าแข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่ก็ปรับกลับมาได้เร็วเช่นกัน
สีหน้าที่เปลี่ยนไปในวงกว้างขนาดนี้ เฉินอวี่สังเกตเห็นได้ด้วยตาตนเอง
ดูท่าเรื่องที่ตนเพิ่งทำลงไปที่ลานกว้าง คงจะแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว
เฉินอวี่เดินไปหยุดตรงหน้าพวกเขา
จังรุ่ยมองเขา แล้วยิ้มอย่างสุภาพพลางเอ่ยถามว่า "เอ่อ... สวัสดี มีอะไรหรือเปล่า?"
เฉินอวี่พูดตรงประเด็น "ได้ยินว่าเมื่อกี้พวกเธอกำลังคุยเรื่องการประชุมที่เขตบ้านพักตากอากาศ"
จังรุ่ยชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหัวยิ้ม ๆ "คงฟังผิดแล้วล่ะ เราคุยเรื่องอื่นกันอยู่"
เด็กหนุ่มข้าง ๆ เธอรีบเสริม "ใช่ ๆ ฟังผิดแน่ เมื่อกี้เราคุยกันเรื่องแถวถนนหมายเลขสามน่ะ เรื่องของเสบียงอะไรพวกนั้น ไม่เกี่ยวกับเขตบ้านพักตากอากาศเลย"
เด็กหนุ่มอีกคนก็พยักหน้าพลางยกถุงในมือขึ้น "ดูสิ พวกเราเพิ่งกลับมาจากข้างนอก เหนื่อยจะตาย จะมีกะจิตกะใจมาคุยเรื่องประชุมอะไร"
เฉินอวี่มองพวกเขา เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ไม่ปริปาก
สีหน้าแบบนั้น ทำให้คนอื่นรู้สึกกระอักกระอ่วน
จังรุ่ยกระแอม "เอ่อ... เพื่อน มีอะไรให้พวกเราช่วยไหม? ถ้าไม่มี..."
"จางจื่อเซวียนอยู่ที่ไหน?"
