หวังเมิ่งเมิ่งตะลึงไปทั้งตัว “เมิ่งเหยา เมิ่งเหยา พี่เฉินอวี่จะตายไหม...”
ริมฝีปากของหลี่เมิ่งเหยาซีดขาว เอ่ยอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
จางวั่นเยว่พูดเสียงหนักแน่น “อย่าพูดจาเหลวไหล”
หมอเฉียวซีที่เงียบมาตลอดจู่ๆก็เอ่ยขึ้น “เนตรแห่งสันติ น่ากลัวเกินไปแล้ว”
เสิ่นชิงฉือขมวดคิ้ว “น่ากลัวแค่ไหน?”
เฉียวซีจ้องตาใหญ่บนฟ้านั้น พลางกลืนน้ำลาย “ฉันบอกไปแล้ว สนามพลังงานของเฉินอวี่สามารถแผ่คลุมทุกคนรอบตัวได้ แข็งแกร่งมาก...”
เสิ่นชิงฉือหรี่ตา “แล้วเนตรแห่งสันติล่ะ?”
เฉียวซีส่ายหัว
“เทียบกันไม่ได้เลย”
“หมายความว่าไง?”
เฉียวซีพูดอย่างจริงจัง “พลังงานของเฉินอวี่แข็งแกร่งก็จริง แต่มันคือความแข็งแกร่งระดับมนุษย์ ฉันยังมองเห็นขอบเขต มองเห็นขีดจำกัด แต่สิ่งนั้นบนฟ้า...ไร้ขอบเขต”
“เหมือนกับ...พระอาทิตย์!!!”
จั่วซือยืนอยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็รู้สึกชาไปทั้งตัว
เธอมองดูเฉินอวี่ที่อยู่ไกลๆ กำลังหิ้วคน ถือมีด เงยหน้า และยังมีรอยยิ้มที่มุมปาก
บ้าไปแล้ว
คนคนนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
ส่วนเฉินอวี่ที่สายตาทุกคู่จับจ้อง ตอนนี้ก็กำลังจ้องสู้กับเนตรแห่งสันติเช่นกัน
เขากำลังรอ
ที่ตัวเองฟันแขนคนทั้งสามนั้น เป็นการทดสอบ
เขาอยากรู้ว่าเนตรแห่งสันติสนใจผลลัพธ์หรือกระบวนการกันแน่ ข้อนี้สำคัญมาก
จะว่าไปแล้ว
เขาต้องสืบให้รู้แน่ว่า การ์ดกายทองจะช่วยให้รอดพ้นจากการลงทัณฑ์ได้หรือไม่
