พอคิดดูแล้ว ศิษย์พี่ก็ร้ายไม่เบาเหมือนกันนะ...
“อะไร คิดว่าข้าหลอกเจ้าหรือ?” โม่เยี่ยนชิวเห็นแววตาน้อยใจของสิงเซี่ยแล้วอดขำไม่ได้ จึงยื่นมือไปหยิกแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ
สิงเซี่ยเอียงหน้าหลบมือซุกซนของโม่เยี่ยนชิวเล็กน้อย เป็นเชิงบอกว่านางไม่มั่นใจจริง ๆ
“อักขระเวทตั้งมากมาย แล้วยังต้องนำมาประกอบกันให้กลายเป็นเวทมนตร์อีก ยากมากเลยใช่ไหม?”
“ยากจริง แต่มีความยากถึงจะสร้างแรงกดดันให้เจ้าได้ เจ้าตัวน้อย คงไม่คิดว่าจะได้ของขวัญจากศิษย์พี่ไปง่าย ๆ หรอกกระมัง?”
ไม้เท้าเวทมนตร์สั่งทำหนึ่งคัน เหมาะสมกับความยากของบททดสอบนี้พอดี
อย่างแรกเป็นของล้ำค่าสำหรับนักเรียนใหม่ ส่วนอย่างหลังยากเสียจนแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับนักเรียนใหม่
เพียงแต่ความยากของอย่างหลังสูงจนสิงเซี่ยรู้สึกแทบสิ้นหวัง นางนึกไม่ออกเลยว่าจะจัดการอักขระเวทและเวทมนตร์เหล่านี้ให้เสร็จภายในเวลาเพียง 10 วันได้อย่างไร
ต่อให้เรียนอักขระเวทได้วันละหนึ่งตัว อักขระเวทมากมายขนาดนี้ นางก็เรียนไม่ทันอยู่ดี
“อย่าทำหน้าหงอยสิ ข้าจะสอนโครงสร้างพื้นฐานของเวทมนตร์บทนี้ให้ก่อน บางทีเรียนไปเรียนมา เจ้าอาจเกิดประกายความคิดขึ้นมา แล้วนึกวิธีออกก็ได้?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงหยอกเย้าของโม่เยี่ยนชิว สิงเซี่ยก็พึมพำในใจเบา ๆ ถ้าคิดออกง่ายขนาดนั้น เรื่องนี้ก็คงไม่เรียกว่าประกายความคิดหรอกนะ
ไม่รู้จริง ๆ ว่าศิษย์พี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่านางจะจัดการเวทมนตร์บทนี้ได้ภายใน 10 วัน
