ไอเลียลืมไปแล้วว่าตนกลับมาถึงหอพักได้อย่างไร
ราวกับเพียงเผลอใจไปชั่วครู่ นางก็กลับมาอยู่ในห้องพักอันเงียบเหงาแล้ว กอดเข่าขดตัวอยู่บนโซฟา
รัตติกาลมาเยือน ห้องรับแขกมีแสงสว่างเพียงริบหรี่ แต่นางกลับไม่อยากเปิดไฟ เพียงต้องการหลบซ่อนอยู่ในความมืดนี้ตามลำพัง
นางคือความภาคภูมิใจของตระกูล เป็นอัจฉริยะด้านเวทมนตร์ที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี ทว่าตอนนี้กลับตกอยู่ในห้วงแห่งการสงสัยในตนเองอย่างลึกซึ้ง
นางเป็นอัจฉริยะจริงหรือ?
หากใช่ เหตุใดเพิ่งเข้าสถาบันแม่มดได้ไม่กี่วัน พรสวรรค์ที่นางภาคภูมิใจกลับถูกท้าทายถึงสองครั้ง และทุกครั้งนางก็พ่ายแพ้
เริ่มจากเจ้าผมขาวที่ชื่อจื่อเสวี่ย ทั้งที่เป็นเพียงคนธรรมดาซึ่งไม่เคยสัมผัสเวทมนตร์มาก่อน แต่ความเร็วในการเรียนรู้เวทมนตร์กลับสูสีกับนาง
หากก่อนเข้าเรียน นางไม่เคยสัมผัสเวทมนตร์และคุ้นเคยกับการใช้พลังเวทมาก่อน ความเร็วในการเรียนรู้เวทมนตร์ของนางคงช้ากว่าจื่อเสวี่ยแน่นอน
นางรู้ดีว่าคำปลอบใจตนเองว่า ‘ยังไม่แพ้’ นั้นช่างน่าขันเพียงใด
เมื่อคนคนหนึ่งทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่าไม่แพ้ ก็แปลว่านางพ่ายแพ้อย่างยับเยินแล้ว
หากจื่อเสวี่ยเป็นเพียงบททดสอบความมั่นใจของนาง การมีอยู่ของสิงเซี่ยก็ทำลายความมั่นใจและความภาคภูมิใจในใจนางจนสิ้น
นางไม่เคยคิดเลยว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มักหลบอยู่หลังจื่อเสวี่ย ดูบอบบางอ่อนแอไร้พิษภัย จะเป็นอัจฉริยะที่น่ากลัวยิ่งกว่าจื่อเสวี่ยเสียอีก
ขณะที่นางกำลังดีใจที่เรียนรู้เวทมนตร์บทแรกได้ และยังไม่พ่ายแพ้จื่อเสวี่ยไปเสียทุกด้าน เด็กหญิงคนนั้นกลับเรียนรู้เวทมนตร์บทที่สองได้ตั้งนานแล้วโดยไม่ปริปากสักคำ
