หลี่ซื่อหมินทั้งรักทั้งชังเจ้าหนุ่มคนนี้จริง ๆ
ยามปกติก็ดูเหมือนคนดีอยู่หรอก แต่พอยียวนขึ้นมา ก็อยากฟาดให้ตายเสีย!
ถึงกระนั้น หลังฟังคำอธิบายของเฉินจี้จู่จบ หลี่ซื่อหมินก็ยังตื่นเต้นจนกำหมัดทุบกันแรง ๆ ด้วยความเสียดาย เอ่ยว่า “เพียงปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านี้! แค่ตั้งเงินฉางผิงขึ้นนอกเหนือจากคลังธัญพืชฉางผิง เรื่องง่ายดายเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดนึกถึงกันเลย?!”
เฉินจี้จู่โพล่งขึ้นว่า “คงมัวแต่คิดว่าจะฉกฉวยผลประโยชน์กันอย่างไรอยู่กระมัง?”
หลี่ซื่อหมิน “……”
“ขออภัย ข้าไม่ได้หมายถึงจางลิ่งจุนของท่าน” เฉินจี้จู่รีบแก้ตัว “ฮ่า ๆ กับข้าวเสร็จแล้ว มากินกันเถิด”
“อืม”
หลี่ซื่อหมินจดข้อเสนอของเฉินจี้จู่ไว้ในใจเงียบ ๆ จากนั้นก็ยกสำรับอาหารไปยังโถงกลางด้วยตนเอง
แม่ทัพใหญ่โจวเห็นดังนั้นก็รีบรับจานอาหารจากมือหลี่ซื่อหมิน พลางยิ้มประจบ “ข้าทำเอง ข้าทำเอง”
ปลาจี้หมักซีอิ๊ว ไก่ตุ๋นซีอิ๊ว หมูตุ๋นซีอิ๊ว และเป็ดตุ๋นเบียร์
แม้ไม่มีเบียร์ แต่ใช้สุรามดเขียวแทนได้ ทั้งยังมีสุราซานเล่อสามกา ทั้งสามจึงมิได้นั่งแยกสำรับ หากนั่งล้อมวงร่วมโต๊ะกัน
โจวเซ่าฟานไม่กล้าล่วงเกินฐานะ ทว่าเมื่อเห็นสายตาที่หลี่ซื่อหมินส่งมา ก็ยังซาบซึ้งใจและนั่งลง ณ ที่นั่งรองจากหลี่ซื่อหมิน
พออาหารคำแรกเข้าปาก… ในที่สุดโจวเซ่าฟานก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงยอมกลับมาล้างผักทำอาหารให้ยุ่งยาก แทนที่จะออกไปกินข้างนอก
แม่ทัพใหญ่โจวแทบจะกินไปหลั่งน้ำตาไป เขาไม่เคยกินอาหารอร่อยเช่นนี้มาก่อน วัตถุดิบธรรมดาที่สุดก็ยังปรุงออกมาได้เลิศรสถึงเพียงนี้!
