อาหารที่หลี่ซื่อหมินนำมาถูกฮองเฮาจ่างซุนกินจนหมดอย่างรวดเร็ว
“เอ้อร์หลาง นี่เป็นตำรับอาหารที่สำนักเครื่องเสวยคิดค้นขึ้นใหม่หรือ? รสชาติอาหารจานนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก อร่อยกว่าอาหารจานใดที่เคยกินมา ข้ายังไม่เคยเห็นวิธีปรุงเช่นนี้มาก่อน”
หลี่ซื่อหมินยิ้มพลางกล่าวว่า “สำนักเครื่องเสวยไหนเลยจะมีความสามารถเช่นนี้ เจิ้นรู้จักคนหนุ่มผู้หนึ่งข้างนอก...อืม เป็นคนหนุ่มที่น่าสนใจ เขาคิดค้นขึ้นเอง”
ฮองเฮาจ่างซุนกล่าวอย่างยินดีว่า “ฝ่าบาททรงเลื่อนตำแหน่งเขาเข้าสำนักเครื่องเสวยสิ”
หลี่ซื่อหมินส่ายหน้า “เรื่องนี้ไม่ได้ เจิ้นคาดหวังในตัวเขา มิใช่เพียงให้เป็นพ่อครัวเท่านั้น”
ฮองเฮาจ่างซุนยิ้ม “ดูท่าเอ้อร์หลางจะพบผู้มีความสามารถอีกคนแล้ว”
“ผู้มีความสามารถ...” หลี่ซื่อหมินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ก็นับว่าใช่ เจิ้นอยากเห็นว่าเขายังมีความสามารถใดที่ยังมิได้แสดงออกมาอีก”
……
ท้องฟ้าเริ่มมืด แสงโคมสว่างขึ้นทั่วถนนสายใหญ่และตรอกซอกซอยในฉางอัน
ภายในตรอกผิงคังมีแสงโคมพร่างพราว
เฉินจี้จู่มาถึงหอนางโลมที่คุ้นเคย เสี่ยวเอ้อให้การต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ผู้นี้อย่างกระตือรือร้น หนุ่มน้อยคนนี้มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือจริง ๆ แทบทุกคืนล้วนแวะมาใช้บริการ ทั้งยังจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเรียกหญิงคณิกาผู้รักษาพรหมจรรย์ทุกคืน
ขณะเดียวกัน หนุ่มน้อยผู้นี้ยังเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยทำเรื่องจอมปลอม หลังเริงสำราญแล้วก็จากไป
เฉินจี้จู่จ่ายเงินหนึ่งพวงเหรียญ เรียกหญิงคณิกาผู้รักษาพรหมจรรย์มาแล้ว กำลังจะจากไป เสี่ยวเอ้อก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ เอ่ยกับเฉินจี้จู่ว่า “คุณชายเฉิน คืนนี้ช่างไม่เป็นใจจริง ๆ”
