“ท่านผู้อาวุโสทั้งสาม...”
แม่เล้าค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “คนข้างล่างกำลังรอฟังผลกันอยู่เจ้าค่ะ”
แม่เล้าแห่งหอหงไท่ร้อนใจยิ่งกว่าผู้ใด คืนนี้จะมีบทกวีที่เลื่องลือไปทั่วหรือไม่ ย่อมเกี่ยวพันกับกิจการของหอหงไท่ในวันหน้า
นางคณิกาเอกผู้เลอโฉมมิใช่ของหายาก ทั่วหล้าก็มิได้ขาดแคลนหญิงงาม ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือจะประชาสัมพันธ์อย่างไร ให้บัณฑิตหนุ่มทั้งหลายสนใจหอหงไท่
เปรียบเช่นตั้งแต่โบราณมา มีโบราณสถานเลื่องชื่ออยู่มากมาย แต่ก็อดถามมิได้ว่า สถานที่เหล่านั้นงดงามและน่าเที่ยวจริงหรือ?
ไม่ใช่! สาเหตุที่ผู้คนหลั่งไหลไปกัน ก็เพราะเคยมีบทกวีเลื่องชื่อและเรื่องราวสะเทือนใจเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนั้นต่างหาก!
หอหงไท่กำลังทำเช่นเดียวกัน
ยามนี้ผู้อาวุโสทั้งสามเพิ่งได้สติ ผู้เฒ่าอู๋ไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินไปยังหน้าเรือนชั้นสอง ก่อนกล่าวกับบัณฑิตหนุ่มจำนวนมากที่อยู่ด้านล่างว่า “ผลการตัดสินออกมาแล้ว”
ชุยชางจงจิบสุราอย่างเฉยเมย ดูคล้ายมั่นใจอยู่แล้วว่าตนจะคว้าตำแหน่งชนะเลิศ บ่าวคนสนิทข้างกายประจบสอพลอว่า “คุณชาย หากถามข้าน้อย ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านบนก็ทำเกินจำเป็นเสียแล้ว เพียงประกาศชื่อคุณชายออกมาโดยตรงก็ดีอยู่หรอก!”
ชุยชางจงยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “สร้างความระทึกใจสักหน่อยก็เป็นกลวิธีที่นี่ใช้กันเป็นปกติ รอไปเถิด”
ทุกคำพูดและท่าทีเปี่ยมไปด้วยความอวดดี
ถึงอย่างไรเขาก็อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี ทั้งมีพรสวรรค์โดดเด่น เป็นบุตรสายตรงของตระกูลชุย เมื่อมีฐานะมากมายเช่นนี้ จะไม่ลำพองใจ ไม่ออกมาแสดงท่าทางสักหน่อยได้อย่างไร?
