เงินเท่าไรก็ได้ เฉินจี้จู่ไม่เกี่ยง
อย่างไรเสีย ในระยะสั้นเขาก็ไม่ได้ขาดเงินสักเท่าไร เพียงแต่โอกาสหาเงิน เขาย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ
เดิมทีหลี่ซื่อหมินตั้งใจจะหยุดส่งเงินให้เฉินจี้จู่ในช่วงนี้ เขารู้ว่าเวลานี้เฉินจี้จู่คงไม่มีเงินติดตัวแม้แต่พวงเดียวแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าคราวนี้อีกฝ่ายจะได้เงินมาอีก
“ห้าพวงเถิด มากที่สุดก็มีเท่านี้”
เฉินจี้จู่ขานรับว่า “ได้!”
“จางลิ่งจุนรอสักครู่ ข้าจะไปเขียนเนื้อหาออกมา... ช่างเถิด ลายมือข้าไม่งามนัก ให้ข้าพูดแล้วท่านเขียนดีกว่า”
หลี่ซื่อหมินพยักหน้า ก่อนอบรมว่า “รู้อยู่แก่ใจว่าลายมือตนเองไม่งาม ยังทำตัวเหลวไหลอยู่ทุกวันหรือ? ฝึกเขียนให้ดีสักหน่อยมิได้หรือไร?”
ลายมือของฉู่ซุ่ยเหลียงงามทีเดียว หากมีเวลาว่าง... เหตุใดข้าถึงคิดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาได้?
ข้ากำลังขัดเกลาเจ้าหนูนี่ราวกับหยกดิบจริง ๆ หรือ? เขาคู่ควรหรือไร!
“...หรงอายุสี่ขวบ ยอมสละลูกแพร์ให้พี่น้อง เมื่อเป็นผู้น้อง จงรู้จักให้เกียรติผู้เป็นพี่ก่อน
สิ่งแรกคือกตัญญูและรักใคร่พี่น้อง สิ่งถัดมาคือความรู้และประสบการณ์ รู้จักจำนวน และอ่านออกเขียนได้...”
เฉินจี้จู่ท่องทุกอย่างที่ตนยังพอจำได้ออกมา ส่วนที่นึกไม่ออกในภายหลังก็ช่างเถิด ปล่อยให้คนรุ่นหลังช่วยเติมให้สมบูรณ์แล้วกัน
ยิ่งหลี่ซื่อหมินเขียน ก็ยิ่งรู้สึกว่าบทความที่อีกฝ่ายกล่าวนั้นไม่ธรรมดา ภายในประกอบด้วยเรื่องราวและหลักการมากมาย ยึดถือความกตัญญูและความรักใคร่พี่น้องเป็นหลัก ทั้งยังเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมสิ่งดีงาม นับว่ามีคุณค่าทางการศึกษาอย่างยิ่ง
เมื่อเขาเขียนจบ ก็อดสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งไม่ได้ บทความตรงหน้านี้เพียงพอจะใช้แทนตำราเริ่มเรียนในปัจจุบันได้แล้ว!
