ออกจากตระกูลเสิ่นแล้ว ฉินเทียนไม่ได้กลับถ้ำทันที
เขาอ้อมไปเล็กน้อย เดินวนเกือบครึ่งหมู่บ้าน ก่อนจะเลี้ยวขึ้นทางเขา
สีหน้าของมารดาเสิ่นซีที่ผ่อนคลายลงทันทีหลังดื่มน้ำพุวิญญาณ ดวงตาของเสิ่นซีที่มีน้ำตาคลอแต่ยังเปล่งประกาย รวมถึงท่าทางที่เสิ่นเสี่ยวซานจ้องซาลาเปาเนื้อพลางกลืนน้ำลาย...
ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวฉินเทียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความรู้สึกที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นนี่มันดีจริง ๆ
ยิ่งคนที่ได้ช่วยเป็นหญิงสาวแสนดีอย่างเสิ่นซีด้วยแล้ว
กลับถึงถ้ำ ฉินเทียนผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเนื้อผัดที่หลงเหลือจากมื้อกลางวันลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นหญ้าแห้งและดิน
ฉินเทียนโยนผ้าห่อของเปล่าลงบนที่นอน แล้วเดินไปข้างโอ่งน้ำ ตักน้ำเย็นขึ้นมาหนึ่งกระบวยและดื่มรวดเดียวไปครึ่งกระบวย
น้ำเย็นเฉียบช่วยดับความร้อนรุ่มในใจลงได้บ้าง
พักหายใจครู่หนึ่ง ฉินเทียนก็แทบรอไม่ไหวที่จะนั่งขัดสมาธิลงอีกครั้ง แล้วส่งจิตสำนึกเข้าสู่มิตินาทิพย์
เมื่อครู่อยู่ที่ตระกูลเสิ่น เขามัวแต่คิดถึงเรื่องต่าง ๆ จึงไม่ได้มองให้ละเอียด
ตอนนี้ใจสงบแล้ว ฉินเทียนต้องสำรวจพืชผลที่ปลูกไว้ให้ดี
ทันทีที่จิตสำนึกเข้าสู่มิติ ฉินเทียนก็แข็งค้างไปทั้งตัว...หรือจะพูดให้ถูกคือจิตสำนึกของเขาทั้งหมดแข็งทื่อไปเลย...
ภาพตรงหน้าทำให้สมองฉินเทียนอื้ออึงวูบหนึ่ง ก่อนจะขาวโพลนไปชั่วขณะ
นี่...นี่ใช่ผืนดินสีดำที่ฉินเทียนปลูกเมล็ดไว้ตอนกลางวันจริง ๆ หรือ?
ตอนเข้ามาเมื่อเที่ยง ต้นข้าวกับข้าวสาลีเพิ่งงอก สูงราวครึ่งฉื่อ เขียวขจีไปหมด
