อากาศในเขตโรงงานอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นเฉพาะตัวของโลหะ
ฉินเทียนเดินตามเกาเจี้ยนเช่อ ลัดเลาะไปตามทางเดินเล็ก ๆ อันซับซ้อนในเขตโรงงาน
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเทียนเข้ามาในโรงงานเครื่องจักรอย่างเป็นทางการ เขากวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน
เกาเจี้ยนเช่อคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เขาเดินฉับไว ระหว่างทางหากพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่ออกตรวจเวรกลางคืน ก็เพียงพยักหน้าทักทาย อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นเขาจึงไม่ซักถามอะไรต่อ
“ทางนี้ ระวังเท้าด้วย” เกาเจี้ยนเช่อพูดเสียงเบา พลางผลักประตูไม้บานหนาของอาคารอิฐแดงสามชั้นให้เปิดออก
โถงทางเดินในอาคารแคบ ผนังทาสีเขียวไว้ครึ่งล่าง พื้นปูนขัดจนขึ้นเงา
หลอดไฟสลัว ๆ ติดห่างกันมาก พอช่วยส่องทางข้างหน้าได้ราง ๆ
ห้องทำงานของเกาเจี้ยนเช่ออยู่สุดทางเดินชั้นสอง บนประตูติดป้ายไม้สีขาวเขียนว่า ห้องสาม แผนกจัดซื้อ
เกาเจี้ยนเช่อใช้กุญแจไขประตู แล้วดึงสวิตช์เชือกบนผนังให้ไฟสว่าง
หลอดไส้ขนาด 15 วัตต์ส่องสว่างทั่วห้องกว้างราว 15 ตารางเมตร
ห้องจัดวางข้าวของเรียบง่ายแต่ใช้สอยสะดวก โต๊ะทำงานไม้สีน้ำตาลเข้มตั้งอยู่ข้างหน้าต่าง บนโต๊ะมีกองเอกสารกับรายงาน แก้วชาเคลือบหนึ่งใบ และกล่องเครื่องเขียนเหล็กหนึ่งกล่อง
ฝั่งตรงข้ามมีตู้เอกสารเหล็กใบใหญ่สองใบตั้งชิดผนัง สีที่ทาไว้หลุดลอกเป็นด่าง ๆ
มุมห้องมีชั้นล้างหน้าวางอยู่ บนนั้นพาดผ้าขนหนูสีเทาไว้ผืนหนึ่ง
กลางห้องมีเก้าอี้ไม้สองตัวกับโต๊ะชาเล็ก ๆ บนโต๊ะวางกระติกน้ำร้อนสานไม้ไผ่ไว้ใบหนึ่ง
“นั่งสิ นั่งตามสบาย” เกาเจี้ยนเช่อชี้ไปที่เก้าอี้ไม้ ส่วนตัวเองเดินไปหลังโต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักค้นหาอะไรบางอย่าง
ฉินเทียนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ เสียงเก้าอี้ลั่นเอี๊ยดเบา ๆ
เขากวาดตามองห้องทำงานของเกาเจี้ยนเช่อ ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ตู้เอกสารเหล็กใบใหญ่สองใบนั้น
“ข้างนอกคนเยอะ หูตาก็มีมาก ของบางอย่างเอาออกมาไม่สะดวก” เกาเจี้ยนเช่อหันหลังให้ฉินเทียน น้ำเสียงแฝงความภูมิใจเล็กน้อย “เรื่องร่วมมือกันของเรา ต้องทำให้รอบคอบหน่อย”
พูดจบ เกาเจี้ยนเช่อก็หันกลับมา ในมืออุ้มผ้าห่อของสีน้ำเงินเข้มใบใหญ่ที่ตุงจนแน่น ดูแล้วคงหนักไม่น้อย
