เสียงหวูดเลิกงานดังก้องไปทั่วคันนา ฉินเทียนวางจอบลง แล้วเดินกลับไปยังถ้ำพร้อมกับคนอื่น ๆ ในกลุ่มด้วยท่าทางอ่อนล้า
ส่วนหวังเถี่ยจู้กับนักบัญชีหลี่มารออยู่หน้าถ้ำตั้งนานแล้ว
พอฉินเทียนกลับมา ทั้งสามคนก็เริ่มวัดขนาดและจัดทำเอกสาร ฉินเทียนทั้งรินชา ทั้งยื่นบุหรี่ให้ ไม่นานก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย
หลังส่งหวังเถี่ยจู้กับนักบัญชีหลี่กลับไป ฉินเทียนก็ยังคิดถึงเรื่องอีกอย่างอยู่
เขารีบล้างโคลนกับเหงื่อออกจากตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่สะอาดเรียบร้อย
เขาตั้งใจจะเก็บแม่หมูป่าไว้หนึ่งตัว ส่วนหมูป่าอีกสี่ตัวจะขายให้เกาเจี้ยนเช่อทั้งหมด
ฟ้าเริ่มมืด ฉินเทียนอาศัยความมืดออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังโรงงานเครื่องจักรประจำอำเภอ
คราวนี้อารมณ์ของเขาต่างจากครั้งก่อนอยู่บ้าง
ไม่ใช่แค่เรื่องซื้อขายเท่านั้น ฉินเทียนรู้สึกว่าข่าวเรื่องเมล็ดพันธุ์น่าจะมาแล้ว
เขาคุ้นเคยกับเส้นทางดี จึงมาถึงมุมอับใกล้ประตูหลังโรงงานเครื่องจักร
รอได้ไม่นาน เกาเจี้ยนเช่อก็รีบร้อนมาถึง ข้างกายมีเพียงชายวัยกลางคนที่พูดน้อยแต่ไว้ใจได้คนเดิม นั่นคือลุงเฉิน
เมื่อเห็นหมูป่าสี่ตัววางอยู่บนพื้น กลิ่นคาวเนื้อเข้มข้นก็ลอยอวลไปทั่ว
เกาเจี้ยนเช่อตาโต รีบเข้าไปตรวจดูอย่างอดใจไม่ไหว
พอเห็นหมูป่าตัวใหญ่กำยำ โดยเฉพาะหมูป่าตัวผู้ที่มีร่างกายมหึมา เขาก็ตื่นเต้นจนมือสั่นเล็กน้อย
“สุดยอดจริง ๆ... น้องชาย ฝีมือของนายนี่... ไม่มีอะไรให้ติเลย...” เกาเจี้ยนเช่อเอ่ยชมไม่ขาดปาก ก่อนชูนิ้วโป้งให้ฉินเทียน “ตัวใหญ่ขนาดนี้ ไขมันก็หนา เนื้อชั้นดีแบบนี้หายากมาก...”
เกาเจี้ยนเช่อรีบเรียกลุงเฉินให้มาชั่งน้ำหนัก
หมูป่าทั้งสี่ตัวหนักรวมกันถึง 1,080 ชั่ง
มากกว่าที่ฉินเทียนคาดไว้
“1,080 ชั่ง ราคาก็เท่าเดิม ชั่งละ 1 หยวน 5 เหมา รวมเป็น... 1,620 หยวน...” เกาเจี้ยนเช่อคำนวณในใจอย่างรวดเร็วแล้วบอกราคา ก่อนจะอดสูดปากไม่ได้
