เสียงคำรามของพยัคฆ์พัดพากลิ่นคาวเลือดมาด้วย แทบจะระเบิดขึ้นข้างหูฉินเทียน...
ความหวาดกลัวแล่นปราดขึ้นสู่กระหม่อมของฉินเทียน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าอันตรายอยู่ใกล้ตัวถึงเพียงนี้
ร่างใหญ่ลายเหลืองสลับดำพุ่งพลาดเป้า ก่อนตกลงตรงตำแหน่งที่ฉินเทียนยืนอยู่เมื่อครู่เสียงดังสนั่น กรงเล็บคมกริบครูดดินชื้นกับใบไม้แห้งจนเป็นร่องลึกหลายแนว
ร่างมหึมาก้มต่ำลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อเกร็งเขม็ง หางที่แข็งแกร่งราวแส้เหล็กสะบัดอย่างกระสับกระส่ายจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว
“บ้าเอ๊ย นี่มัน... เสือจริง ๆ...”
เสือตัวเต็มวัยยาวกว่าสองเมตร สูงเกือบหนึ่งเมตรเมื่อวัดจากไหล่
ดวงตาสีอำพันเรียวตั้งจ้องฉินเทียนเขม็งจากหลังลำต้นไม้ ในลำคอมีเสียงขู่ครางต่ำ ๆ ต่อเนื่อง อุ้งเท้าหน้าขุดพื้นอย่างไม่เป็นสุข
เจ้าป่าที่เข้ามาใกล้อย่างไร้สุ้มเสียงตัวนี้เองที่เหยียบกิ่งไม้แห้งจนหักเมื่อครู่
เห็นได้ชัดว่ามันถูกฝูงหมูป่าดึงดูดมาในฐานะผู้ล่า แต่เสียงปืนของฉินเทียนและการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของเขาทำให้แผนการของมันปั่นป่วน
ตอนนี้ความโกรธเกรี้ยวทำให้มันเปลี่ยนเป้าหมายล่าเป็นฉินเทียนในทันที
ฉินเทียนยืนพิงลำต้นไม้ที่เย็นเยียบและขรุขระ หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับรัวกลองอยู่ในอก เหงื่อเย็นชุ่มแผ่นหลังในพริบตา
แต่มือที่จับปืนของฉินเทียนกลับมั่นคงอย่างผิดปกติ แววตาคมกริบราวคมดาบ จับจ้องสัตว์ร้ายที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรและพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ
“วิ่งไม่ได้... หันหลังหนีเสือก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้ง...”
“แต่จะยื้ออยู่แบบนี้ก็ไม่ได้... ความอดทนกับพละกำลังระเบิดของเสือเหนือกว่ามนุษย์มาก...”
“ต้องลงมือก่อน ทำให้มันเจ็บ... หรือไม่ก็... ยิงให้ตาย...”
ภายในเวลาไม่กี่ลมหายใจ ฉินเทียนก็ตัดสินใจได้
