แม้จะไล่คนคนนั้นไปได้แล้ว แต่จงเย่าเหยาก็สังเกตเห็นว่าซางจี๋โม่ดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง
แม้แต่จิ้งจอกเฒ่าในวงการธุรกิจก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ มองจากแง่หนึ่งแล้ว จงมู๋เอ๋อร์ก็มีความสามารถเหนือคนอื่นจริง ๆ
เธอกำลังคิดจะชวนเขาไปดื่มน้ำผลไม้พักผ่อนสักหน่อย คุณนายโจวก็เรียกทุกคนไปถ่ายภาพหมู่และดื่มอวยพรที่ด้านหน้าเสียก่อน
บริกรยกถาดแกะสลักลวดลายหลายใบมาวางไว้ข้างโต๊ะยาว แขกเหรื่อวางของที่ถืออยู่ลงไป ก่อนจะเดินไปยืนถ่ายรูปด้านหน้า
โอกาสดีนี่นา! ดวงตาจงเย่าเหยาเป็นประกาย
เธอพูดกับซางจี๋โม่ว่า “คุณไปยืนก่อนนะ ฉันจะเอากระเป๋าไปวางด้วย”
ซางจี๋โม่พยักหน้า รอจนเขาเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว จงเย่าเหยาก็รีบหันหลังให้ฝูงชนทันที
“ระบบ เอาอุปกรณ์มา”
จู่ ๆ สร้อยคอเส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามืออย่างไร้สุ้มเสียง รูปลักษณ์และสัมผัสเหมือนของจริงทุกประการ
จงเย่าเหยาร้องอุทานเบา ๆ ด้วยความทึ่ง ก่อนจะกำสร้อยคอไว้แล้วสูดหายใจลึก
ตื่นเต้นนิดหน่อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำเรื่องใส่ร้ายคนแบบนี้
เธอเดินไปที่ถาด วางกระเป๋าถืออย่างสงบเสงี่ยม แล้วค่อย ๆ ยื่นมือไปทางกระเป๋าของจงมู๋เอ๋อร์…
ข้อมือถูกใครบางคนคว้าไว้กะทันหัน จงเย่าเหยาที่เดิมทีก็รู้สึกผิดอยู่แล้วสะดุ้งเฮือก
เธอหันกลับไปอย่างลังเล
เป็นซางจี๋โม่ เขาไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไร สายตาจับจ้องอยู่ที่สร้อยคอในมือเธอ แววตาหม่นลงเล็กน้อย
เขาปล่อยข้อมือเธอ แล้วเปลี่ยนมาจับมือเธอไว้แทน “เสร็จหรือยัง? ไปกันเถอะ”
