ซางจี๋โม่ขยับเข้ามาใกล้อย่างออดอ้อน
จงเย่าเหยารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ชักจะได้คืบเอาศอกมากขึ้นทุกที เธอผลักซางจี๋โม่ออก แล้วเร่งให้เขาไปเป่าผมให้แห้ง
“หรือจะกลับไปเป่าผมที่ห้องตัวเองก็ได้”
“รีบไล่ผมไปขนาดนั้นเลยเหรอ” ซางจี๋โม่ทำท่าเหมือนเจ็บปวดใจ สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยคำตำหนิ ราวกับกำลังมองผู้หญิงใจร้ายที่ทิ้งคนรักอย่างไม่ไยดี
“ห้องคุณก็อยู่ข้าง ๆ เองนะ” จงเย่าเหยาเตือน
“แต่ข้างนอกอันตรายมาก” ซางจี๋โม่ไม่ฟัง แถมยังทำเสียงออดอ้อน “ตอนผมขึ้นมาจากห้องอาหาร ยังมีคนมาขวางผมเลย”
“ใครเหรอ” จงเย่าเหยาตาโต ในโรงแรมหรูแบบนี้ยังมีคนทำตัวไร้กฎเกณฑ์ด้วยเหรอ
“จงมู๋เอ๋อร์” แววตาซางจี๋โม่ฉายความรังเกียจ
ตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่าตัวเองถูกวางยา เพียงแต่ในใจลึก ๆ อยากไปหาจงเย่าเหยามาก ทว่าปกติเขาก็คิดแบบนี้อยู่บ่อย ๆ จึงไม่ได้ใส่ใจ
ใครจะรู้ว่าเพิ่งเดินไปถึงหน้าลิฟต์ก็เจอจงมู๋เอ๋อร์เข้า
“คุณซาง” จงมู๋เอ๋อร์ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงหวานเลี่ยน
“เรื่องข่าวลือเกี่ยวกับการหมั้นหมาย เป็นความผิดของตระกูลจงเองค่ะ ฉันขอโทษแทนคุณพ่อด้วย” เธอแสดงท่าทีสำนึกผิดอย่างยิ่ง
“ก่อนหน้านี้ฉันก็ถูกปิดบังเหมือนกัน ถึงได้เข้าใจผิดคิดว่าคุณซางเป็นคู่หมั้นของฉัน” จงมู๋เอ๋อร์ชำเลืองมองซางจี๋โม่อย่างเขินอาย “ที่จริงแล้วฉัน...รู้สึกดี ๆ กับคุณมาตลอดค่ะ”
ซางจี๋โม่ขยับถอยห่างไปด้านข้างเงียบ ๆ เมื่อไรลิฟต์จะมาสักที
เห็นซางจี๋โม่ไม่แยแส แถมยังดูเหมือนจะรังเกียจเสียด้วย จงมู๋เอ๋อร์ก็อดขุ่นเคืองไม่ได้ เธอกัดฟันแล้วพูดต่อ “เรื่องการชี้แจง ฉันหวังว่าคุณจะให้เวลาอีกสักหน่อยนะคะ”
