เย็นวันศุกร์ก่อนเลิกงาน เยว่ปู้หว่านกำลังเก็บของบนโต๊ะทำงาน พลางควานหาเอกสารในลิ้นชัก ก็เจอใบปลิวยับย่นแผ่นหนึ่ง
เป็นโฆษณาคอร์สสอนว่ายน้ำของฟิตเนสแถวนี้ เธอหยิบติดมือมาตอนเดินผ่านเมื่อสัปดาห์ก่อน กะว่าเก็บเงินได้ค่อยไปสมัครเรียน ตอนวันสิ้นโลกมีอุทกภัยใหญ่หลวง ทักษะว่ายน้ำนี่จำเป็นต้องมีติดตัวไว้ ไม่งั้นพอถึงเวลาน้ำท่วม ต่อให้มีพื้นที่มิติก็ไร้ประโยชน์
ลู่เฉินเดินมาจากปลายทางเดิน ถือแฟ้มเอกสารมาให้เซ็นชื่อ พอดีเห็นใบปลิวในมือเธอ
ลู่เฉินอายุเลยสามสิบเล็กน้อย หน้าตาคมคาย ระหว่างคิ้วแฝงแววหลักแหลมและเจนจัด เขาทำงานได้เฉียบขาดไร้ที่ติ พูดจาพอเหมาะพอเจาะ เป็นคนประเภทไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ไม่มีใครจับผิดได้ ติดตามม่ออู๋วั่งมาแปดปี ตั้งแต่ท่านประธานม่อเพิ่งรับช่วงบริษัท เป็นหนึ่งในคนสนิทที่ไว้ใจได้มากที่สุด
“อยากเรียนว่ายน้ำเหรอ?” ลู่เฉินถามขึ้นลอย ๆ
เยว่ปู้หว่านพยักหน้า “อยากเรียนค่ะ แต่ว่ายไม่เป็น กำลังคิดจะไปสมัครเรียนที่อื่นอยู่เลย”
ลู่เฉินกวาดตามองใบปลิวฉบับนั้นแวบหนึ่ง แล้วมองเยว่ปู้หว่าน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว
ท่าทีที่ท่านประธานม่อมีต่อเลขาเยว่คนนี้ ทั้งเขาและอาจิ่วเห็นอยู่แก่ตา ติดตามท่านประธานม่อมาหลายปี ไม่เคยเห็นเขามองผู้หญิงคนไหนด้วยสายตาแบบนั้นเลย—ภายนอกดูเฉื่อยชาแต่ภายในจดจ่อ แฝงความจริงจังไว้ในทีท่าเกียจคร้าน ครั้งก่อนที่โรงพัก ท่านประธานม่อทิ้งงานตรงหน้าไปทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ครั้งก่อนหน้านั้นที่งานเลี้ยง ดวงตาคู่นั้นแทบไม่เคยละไปจากตัวเธอเลย
ลู่เฉินพยักหน้าให้ตัวเองในใจ แล้วเอ่ยปากด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาติ “ชั้นหกสิบแปดมีห้องออกกำลังกายกับสระว่ายน้ำนะ หลังเลิกงานคุณไปออกกำลังกายได้ เป็นสวัสดิการพนักงาน”
เยว่ปู้หว่านเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย “จริงเหรอคะ? ฉันไปได้ด้วยเหรอ?”
