เยว่ปู้หว่านเดินตามจุดบนแผนที่ไปประมาณสามกิโลเมตร หลังพุ่มไม้เตี้ยในแอ่ง เธอเห็นหีบสมบัติใบนั้น กล่องสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 45 ซม. สีเงินขาว บนฝากล่องมีกองใบไม้แห้ง เธอกำลังจะเดินเข้าไป แต่แล้วก็ชะงักฝีเท้า หน้ากล่องมีงูขดตัวอยู่
ไม่ใช่งูเล็ก ๆ ที่เคยเจอก่อนหน้านี้ นี่คืองูเห่า ลำตัวหนาพอ ๆ กับน่องผู้ใหญ่ ความยาววัดด้วยสายตาน่าจะเกินสิบเมตร เกล็ดสีน้ำตาลเทาสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นมันวาว ช่วงคอที่แผ่กว้างออกกว้างกว่าหัวไหล่ของเธอ ดวงตาแนวตั้งคู่หนึ่งจ้องเธออย่างเย็นชา ลิ้นงูแลบเข้าแลบออก
“ฟิ้ว!” เยว่ปู้หว่านยังไม่ทันตั้งตัว งูยักษ์ก็ขยับตัวก่อน พุ่งขึ้นจากพื้นเหมือนสปริง อ้าปากกว้างตรงมาที่ใบหน้าของเธอ เร็วจนเกิดเสียงหวีดแหลมดังกลางอากาศ เธอกลิ้งหลบไปด้านข้าง พลางปล่อยคมมีดวายุหนึ่งดอก คมมีดวายุผ่านหัวงูไป ตัดยอดไม้เล็ก ๆ ด้านหลังขาดสะบั้น งูยักษ์หลบได้
“แม่ง ไม่มีมารยาทเลย!” เยว่ปู้หว่านไม่ลองใช้คมมีดวายุอีก แหวนบนนิ้วชี้ซ้ายสว่างวาบ แสงดาวรวมตัวเป็นคันธนู คว้าคันธนู น้าวสาย ยิง ลูกธนูลากหางเปลวสีน้ำเงินพุ่งออกไป ปักเข้ากลางหัวงู หัวงูยักษ์ระเบิดเป็นรู ลำตัวบิดกลางอากาศ กระแทกพื้นหนักแน่น ร่างงูยังดิ้นและกระตุกอยู่โดยสัญชาตญาณ
เสียงเยว่หลิงดังขึ้นในหัว รีบร้อนเล็กน้อย “นายหญิงระวัง ข้าง ๆ ยังมีตัวเล็กอีกสองตัว!”
สิ้นเสียง งูเห่ายาวสองเมตรสองตัวพุ่งออกจากพุ่มไม้ กระโจนเข้าใส่เธอทั้งซ้ายขวา เยว่ปู้หว่านยกมือปล่อยคมมีดวายุหนึ่งดอก หัวงูด้านซ้ายกระเด็น ลำตัวดิ้นอยู่กับพื้นสองสามทีแล้วแน่นิ่ง ตัวขวายิงไม่โดน พุ่งตรงเข้าใส่ต้นขาของเธอ เขี้ยวอาบพิษฝังลงไปเต็มแรง
“เคร้ง!” เยว่ปู้หว่านก้มหน้ามองงูที่ฝังเขี้ยวบนต้นขาตนเอง วินาทีต่อมา เขี้ยวงูหักสะบั้น ฟันหักไปครึ่งหนึ่ง งูมองตาปริบ ๆ ไถลลงพื้น งงว่าทำไมร่างมนุษย์สองขานี่แข็งกว่าหินอีก? เยว่ปู้หว่านฉวยโอกาสฟันหัวงูหลุด ลำตัวที่ถูกตัดยังดิ้นบนพื้น
“เกือบไปแล้ว” เธอก้มมองรอยเขี้ยวบนชุดป้องกัน แล้วมองงูที่ยังดิ้นบนพื้น “ดีนะที่ใส่ชุดป้องกัน”
