“หมายความว่าเธอก็ซื้อบ้านไว้แถวหมู่บ้านคฤหาสน์อวิ๋นติ่งเหมือนกันงั้นเหรอ? คิดว่าพวกเราจะเชื่อหรือไง? ฮ่า ๆ ๆ...”
หลิวเหมยพูดจบก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
นักโทษใช้แรงงานเพิ่งพ้นคุกมา จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อบ้าน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแถวหมู่บ้านคฤหาสน์อวิ๋นติ่งเลย!
พูดแบบนี้ก็เหมือนหาเรื่องขายหน้าให้ตัวเองชัด ๆ!
คราวนี้แม้แต่ก่วนเจี้ยนกั๋วยังอดส่ายหน้าไม่ได้ เขาขมวดคิ้วมองเฉินฝาน ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายโม้ไปเพื่ออะไร
“เสี่ยวฝาน เมื่อก่อนเธอไม่เป็นแบบนี้ ดูท่าช่วงที่อยู่ข้างในคงได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยสินะ” ก่วนเจี้ยนกั๋วพูดพลางถอนหายใจ
“คุณอาก่วน ผมไม่ได้โม้ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวตามผมไปดูก็รู้ครับ” เฉินฝานอธิบาย
“หึ ๆ เฉินฝาน ดูไม่ออกหรือไงว่าพ่อฉันไว้หน้าเธออยู่ พอได้แล้วน่า ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยเห็นบ้านดี ๆ มาก่อน เอาอย่างนี้แล้วกัน พอชมบ้านฉันเสร็จ เดี๋ยวฉันยอมพาเธอไปดูหมู่บ้านคฤหาสน์อวิ๋นติ่งเป็นกรณีพิเศษ ต่อไปเธอจะได้จินตนาการเอาว่าคฤหาสน์ที่นั่นเป็นบ้านของตัวเอง” ก่วนเฉิงจวิ้นหัวเราะเยาะ
“ต้องจินตนาการด้วยเหรอ? บ้านที่ผมซื้อก็อยู่ในหมู่บ้านคฤหาสน์อวิ๋นติ่งอยู่แล้ว” เฉินฝานกล่าว
“ฮ่า ๆ ๆ...”
หลิวเหมยกับก่วนเฉิงจวิ้นหัวเราะลั่นจนแทบกอดกันกลิ้ง
“เสี่ยวฝาน พอเถอะนะ อารู้ว่าช่วงสามปีมานี้เธอลำบาก แต่คนเราก็ต้องยืนอยู่บนความเป็นจริง” ก่วนเจี้ยนกั๋วกำชับ
เฉินฝานยักไหล่อย่างจนใจ “ก็ได้ครับ”
เขาไม่อยากฟังคนอื่นเทศนาตัวเองอยู่เรื่อย จึงขี้เกียจอธิบายต่อ
