เวินชิงหลียืนอยู่ไม่ไกลนัก มองดูชายที่ถูกปกคลุมด้วยควันบุหรี่สีขาวปนฟ้า สมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายขอหย่าก่อนแท้ ๆ แต่พอได้ยินว่าเขาจะเคารพการตัดสินใจของเธอ หัวใจของเธอ ก็ยังคงร่วงหล่นลงไปไม่หยุด
ดิ่งลงสู่ห้วงเหวที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น
“คุณไปนอนก่อนเถอะ ผมสูบบุหรี่เสร็จแล้วจะไปพัก ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบพร่า
เวินชิงหลีพยักหน้า พูดว่า ‘ราตรีสวัสดิ์’ แล้วหันหลังเข้าห้องไป
ประตูปิดลง ร่างบางพิงกรอบประตู ปลายนิ้วกดลงบนฝ่ามืออย่างแรง เปลือกตาปวดหน่วงขึ้นมา
ในใจทั้งเจ็บปวดและอาลัยอาวรณ์ แต่ก็จนปัญญา อารมณ์อันซับซ้อนนับไม่ถ้วน ถักทอเข้าด้วยกัน ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นล้วงเข้าไปในอกของเธอ แล้วบีบหัวใจดวงนั้นของเธอ จนฉีกขาดเป็นเสี่ยง ๆ
เธอเลื่อนตัวลงตามกรอบประตู นั่งยองๆ ลงกับพื้น กอดเข่า ซบหน้าลงไป ไหล่เริ่มสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
……
ฝนนอกหน้าต่างตกทั้งคืน
เวินชิงหลีตื่นขึ้น ขยี้ตาที่หนักอึ้ง สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือหย่าที่ลู่เจิงฉีกทิ้งเมื่อคืนบนพื้น สมองว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง
เธอเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดธรรมดา แล้วออกจากห้อง ยืนอยู่ที่ระเบียงมองไปที่ห้องที่ลู่เจิงพักอยู่ ประตูยังปิดอยู่ ไม่รู้ว่าเขาตื่นแล้วหรือจากไปแล้ว
เวินชิงหลีไม่ได้ไปเคาะประตู เด็กๆ นักเรียนวาดเขียนกำลังจะตื่นแล้ว เธอกับครูหญิงอีกคนช่วยกันทำอาหารเช้า
