หลิวจื่อเยียนนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนแท่นนอนสีม่วงนุ่มสบาย
แสงจันทร์เย็นเฉียบส่องลอดหน้าต่างเข้ามาตกกระทบใบหน้าด้านข้างของหลิวจื่อเยียน
ปกคลุมใบหน้าด้านข้างอันงดงามราวกับทำให้ฟ้าดินต้องอับแสงนั้นด้วยม่านหมอกบางเบา
สายตาที่ทอดต่ำของหลินโม่มองไป เห็นเรียวขาอ่อนนุ่มขาวผ่องของหลิวจื่อเยียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงผ้าคลุมสีม่วงอย่างเต็มตา
ขาเรียวสวยที่มองได้เป็นปี ๆ คือคำบรรยายที่เหมาะสมที่สุด
หากเป็นเมื่อก่อน หลิวจื่อเยียนคงควักลูกตาของหลินโม่ออกมาแล้ว
แต่ตอนนี้...ไม่จำเป็นอีกต่อไป
คืนนั้นที่หลินโม่ฉวยโอกาสตอนนางอ่อนแอ ส่วนไหนในเรือนร่างของนางที่เขาไม่เคยเห็น? หากจะเอาเรื่องนี้มาพูดตอนนี้ก็ดูเสแสร้งเกินไป
“ไอ้เฒ่าขี้ข้า เจ้าเกลียดข้ารึ?” หลิวจื่อเยียนถามขึ้นมาลอย ๆ
หลินโม่ชะงักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าแม่นางมารผู้นี้จะมาเพ้ออะไรอีก
เมื่อครู่ยังทำท่าเหมือนจะฆ่าให้ตายอยู่เลย เหตุใดจู่ ๆ กลับอ่อนโยนขึ้นมา?
“เรียนท่านเจ้าสำนัก ไม่มีเรื่องเช่นนั้นขอรับ” หลินโม่ตอบทันที
“งั้นรึ?”
ดวงตาคู่สวยที่ยั่วยวนไร้เทียมทานและดึงดูดวิญญาณของหลิวจื่อเยียนจ้องเขม็งไปที่แววตาของหลินโม่ ราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในจิตใจของเขา
“ใช่”
ครานี้ หลินโม่ไม่หลบสายตาของหลิวจื่อเยียนเลย ตอบว่า
“ร้อยปีมานี้ ท่านเจ้าสำนักปฏิบัติต่อข้าแข็งกร้าวอยู่บ้าง เคยลงโทษข้าหลายครั้งก็จริง แต่เทียบกับการอยู่ในฝ่ายจัดการศิษย์นอก ถูกผู้อาวุโสในฝ่ายจัดการศิษย์นอกรังแกและกดขี่ ข้าว่าดีกว่ามาก”
