[นิรวาณ]
“ชิงอวี๋ ผู้ใช้วจนะศักดิ์สิทธิ์ออกไปแล้ว”
เจียงเอ๋อร์ในชุดกะโหลกสีฟ้าครามลอยมายืนข้างอันชิงอวี๋ แล้วยิ้มแล้วนั่งลง เสียงของนางถูกส่งผ่านหูฟังบลูทูธเข้าสู่หูของอันชิงอวี๋
“พวกเขาทะลุ ‘ระบบป้องกันอัตโนมัติ’ ไม่ไหว จึงมีทางเดียวคือไปเองไง” อันชิงอวี๋วางหมากลงบนกระดานช้าย ๆ แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ดูท่าทีรอบนี้ คนที่ชนะคงเป็นฉันแล้วล่ะ……”
“ต่อจากนี้ จานบินใบนี้ก็เป็นของตระกูลอันแล้ว”
“หืม? ไม่ใช่ตระกูลเจียงเหรอ”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ ยังไงก็ตาม คนตระกูลเจียงก็ต้องฟังคนตระกูลอันอยู่ดี”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น อันชิงอวี๋ก็ยิ้มบาง ๆ
สักครู่ต่อมา เขาลุกขึ้นยืน ตบฝุ่นบนตัวออก แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางเขตเรือนจำ
“ไปกันเถอะ ไปช่วยโจรซาวแก่ออกมาก่อน สิ่งที่สัญญาไว้กับเขา……ฉันก็ทำสำเร็จแล้ว”
“ได้”
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องขังของเฉาหยวน เจียงเอ๋อร์เพียงแค่โบกมือเบา ๆ ประตูห้องขังหนักอึ้งก็เปิดออกเอง แสงจากเฉลียงสาดส่องเข้าไปในห้องขังมืดสนิท ส่องให้เห็นใบหน้าของเฉาหยวน
แสงที่พุ่งเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้เฉาหยวนปรับตาไม่ทัน เขาขมิบตาแน่น มองออกไปนอกประตูผ่านแนวเปลือกตาที่บีบติดกัน เมื่อเห็นสองเงาคุ้นเคยนั้น ก็ถอนหายใจโล่งอกเบา ๆ
“ไวขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่ใช่บอกว่าสามวันไง”
“ฉันชอบเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดเสมอ สามวันน่ะคือการประเมินแบบเผื่อไว้”
อันชิงอวี๋ยิ้มแล้วเดินเข้าไปในห้องขัง ควักมีดผ่าตัดสีดำออกจากกระเป๋า แสงคมคว้าที่ปลายใบมีดวาบหนึ่งครั้ง แล้วยองลงไปหน้าโซ่สีดำเส้นใหญ่เหล่านั้น ทั้งถอดรหัสโครงสร้างของมันไป ทั้งใช้คมมีดตัดร่างจริงของโซ่ไป เหมือนกำลังทำการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องละเอียดรอบคอบชิ้นหนึ่ง