หลินชีเย่พูดจบประโยคนั้น ก็บีบวิทยุสื่อสารในมือจนแหลกคาบี้ จากนั้นค่อย ๆ แผ่นฝ่ามือออก ให้เศษซากปลิวหายไปกับสายลม
เขาดึงข้อมูลเกี่ยวกับของสองชิ้นที่ยูรินะมีออกจากปากคังคาวะ สึกาสะได้แล้ว ถ้าสืบเพิ่มต่อไปก็จะโดนเปิดโปงว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่รู้อะไรเลย แถมหลังพูดประโยคนั้นจบ หลินชีเย่ก็เดาได้คร่าว ๆ แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไร
ก็แค่คำขู่ หรือไม่ก็คำข่มขู่ไง หลินชีเย่ไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระพวกนี้
เพราะ...รถตำรวจขึ้นสะพานแล้ว
เสียงเครื่องยนต์คำรามปนกับเสียงไซเรนแหลมคมกำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ราว 20 กว่าคัน เขาแม้แต่ได้ยินชัดเจนถึงเสียงจากลำโพงบนรถตำรวจที่เตือนให้เขายืนอยู่กับที่และยอมจำนน
หลินชีเย่ก้มหน้าลง ควักหน้ากากซุนหงอคงออกมาจากอกเสื้อแล้วสวมใส่
เขาหันตัวกลงที่ริมสะพาน เผชิญหน้ากับตำรวจญี่ปุ่นที่พุ่งเข้ามาราวกับสายฟ้า มือทั้งสองถือกล่องดำสองใบ หน้ากากซุนหงอคงนั้นเผยรอยยิ้มเหี้ยมโหดใต้แสงแดด
“เฮ้ย!!”
หมู่หมู่กระโดดโลดเต้นวิ่งมาหาเขา แล้วปีนขึ้นไปบนหลัง ราวกับเป็นเป้รูปมัมมี่ ดวงตากลวงคู่นั้นสำรวจรถตำรวจที่ค่อย ๆ ล้อมทั้งสองไว้ด้วยความสงสัย ก่อนจะเอียงหัวเล็กน้อย ราวกับถามหลินชีเย่ว่าจะไม่จัดการพวกมันหมดเลยหรือไง
“ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ” หลินชีเย่ใต้หน้ากากเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ
เขาถอยหลังหนึ่งก้าว ก้าวขึ้นบนขอบสะพาน ถือกล่องดำสองใบ แล้วค่อย ๆ โยนตัวตกลงไปด้านหลังต่อหน้าตาตำรวจญี่ปุ่นทั้งหมด
