“ยังไม่ต้องรีบร้อน” เซี่ยชิงเฟิงใช้นิ้วลูบขอบถ้วยชาเบา ๆ ถ้วยชาวางอยู่บนโต๊ะเตี้ย ส่งเสียงใสกังวาน “ให้ข้าลองทำความรู้จักกับแม่น้ำสายนี้ก่อน”
เขารอได้ แต่แม่น้ำสายนี้รอไม่ได้
หากไม่หาวิธีซ่อมแซมให้ดี เมืองหลินผิงตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านทั่วทุกแห่ง เมื่อถึงฤดูฝน หากฝนตกไม่หนักนัก ความเสียหายของเมืองหลินผิงอาจน้อยลงบ้าง แต่หากฝนตกหนักทุกวัน ครั้นระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งเมืองหลินผิงก็จะถูกแม่น้ำเหอพัดพังทลาย
เมื่อเห็นว่าเซี่ยชิงเฟิงมีความคิดเป็นของตนเอง ระบบก็ไม่เสนอความเห็นส่งเดชอีก มันเงียบหายกลับเข้าไปในห้วงจิตของเซี่ยชิงเฟิง
สายลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดพาความหนาวเย็นมาด้วยเล็กน้อย หญ้าริมตลิ่งขึ้นรกชัฏ พื้นดินเต็มไปด้วยโคลนตม ลมจากริมฝั่งแม่น้ำเหอหอบกลิ่นคาวดินทรายปะทะใบหน้า เมื่อถึงตอนนั้น รองเท้าขุนนางของเซี่ยชิงเฟิงก็จมลงไปในโคลนลึกถึงข้อเท้าแล้ว
หลี่เหวินหย่วนเดินตามหลังเซี่ยชิงเฟิง เขาคาดไม่ถึงว่าเมื่อเซี่ยชิงเฟิงกล่าวว่าจะมาดูทางน้ำ ก็จะมาจริง ๆ
คุณชายผู้บอบบางที่เติบโตในเมืองหลวงเช่นเขา ต่อให้พูดว่าจะมาดูทางน้ำ ก็คงเพียงยืนชมอยู่ไกล ๆ สักพัก ใครจะคิดว่าใต้เท้าเซี่ยจะลงไปลุยโคลน เดินเลียบตลิ่งไปทีละก้าวด้วยตนเองเช่นเดียวกับแรงงานเหล่านี้
อีกทั้งเขายังคอยก้มลงแตะดินทรายบนตลิ่งเป็นระยะ และซักถามคนงานชราผู้ชำนาญงานแม่น้ำได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
หลายปีมานี้หลี่เหวินหย่วนเองก็ทำงานคลุกคลีอยู่กับทางน้ำ คำถามที่เซี่ยชิงเฟิงถามเหล่าแรงงานนั้นมีความรู้เฉพาะทางอย่างยิ่ง ฟังออกได้ว่าเขาเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว
