เซี่ยชิงเฟิงเพิ่งได้สติ รู้ตัวว่าตนเองตกอยู่ในภวังค์อีกแล้ว จึงวางตะเกียบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มอย่างขออภัย “ใต้เท้าหลี่ ขออภัย ข้าใจลอยอีกแล้ว”
หลี่เหวินหย่วนส่ายหน้า น้ำเสียงเจือความจนใจอยู่หลายส่วน “ใต้เท้า เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วย? การจัดการน้ำมิใช่สิ่งที่จะสำเร็จได้ในวันเดียว หากท่านร้อนใจอยากแก้ปัญหาเช่นนี้ กลับจะทำให้ลนลานจนเสียกระบวน”
“อืม ใต้เท้าหลี่กล่าวมีเหตุผลยิ่ง” เซี่ยชิงเฟิงพยักหน้า พลางเลิกคิดเสีย แล้วกินข้าวก่อน
หลังเซี่ยชิงเฟิงกินอาหารเสร็จ หลี่เหวินหย่วนเห็นสีหน้าอ่อนล้าของเขา จึงเอ่ยเตือนให้พักผ่อนแต่เนิ่น ๆ
เซี่ยชิงเฟิงเองก็รู้สึกว่าตนควรนอนหลับให้เต็มอิ่มสักตื่น วันนี้สมองผุดแผนการจัดการน้ำขึ้นมามากมาย ทว่าความคิดเหล่านั้นกลับยุ่งเหยิงไปหมด อยากเรียบเรียงให้เป็นระเบียบ แต่ในหัวกลับข้นคลั่กราวกับแป้งเปียก
รู้สึกเหมือนเอกสารกองพะเนินจนเปิดอ่านไม่ไหว
บางทีอาจเป็นเพราะกลางวันเหน็ดเหนื่อยเกินไป เซี่ยชิงเฟิงจึงเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
เซี่ยอี้ยืนอยู่ด้านนอกประตู ฟังเสียงลมหายใจในห้องที่ค่อย ๆ สม่ำเสมอขึ้น ในที่สุดก็ถอนหายใจโล่งอก “คุณชายยอมพักเสียที”
เขารู้อยู่แล้วว่าการยกใต้เท้าหลี่มาเป็นตัวช่วยย่อมได้ผล
เซี่ยอี้ติดตามคุณชายมาหลายปี ย่อมเข้าใจนิสัยของเขาอยู่บ้าง อย่ามองเพียงว่าภายนอกคุณชายปฏิบัติต่อผู้คนอย่างสุภาพ ทว่าภายในใจยังมีความทะนงอยู่ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมรับใครได้ง่าย ๆ
แต่หลังจากวันนั้นที่พวกเขาออกจากจวนใต้เท้าหลี่ เซี่ยอี้ก็สังเกตเห็นว่าคุณชายเคารพใต้เท้าหลี่เป็นอย่างยิ่ง แม้คุณชายจะปฏิบัติต่อขุนนางคนอื่นในจวนได้ไม่เลว ทว่าความนับถือที่มีต่อใต้เท้าหลี่นั้นต่างออกไปเป็นพิเศษ
