น้ำเสียงของหลี่เหวินหย่วนแหบพร่าและต่ำทุ้ม ราวกับทุกถ้อยคำหนักอึ้งด้วยเลือดและน้ำตา
“เจ้าคิดว่าข้าไม่เคยยื่นฎีกาหรือ?!” เสียงของเขาราวกับเค้นออกมาจากส่วนลึกในลำคอ “ข้ายื่นฎีกาไปแล้ว”
“ข้าเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ตระกูลจางร่วมมือกับขุนนางในที่ว่าการ กดขี่ประชาชนและพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ ทว่าฎีกายังไปไม่ถึงเมืองหลวง ก็ถูกคนสกัดไว้เสียก่อน”
แววตาของเขาว่างเปล่า ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงอดีตอันเจ็บปวด “พวกเขาตีกลับฎีกา แล้วส่งไปถึงมือจางเฟิง ประมุขตระกูลจาง จางเฟิง...” เขากัดฟันแน่น เสียงแทบเค้นลอดไรฟันออกมา “มันจับบุตรชายของข้าไปมัด แล้วสับร่างเป็นชิ้นๆ ป้อนให้สุนัขต่อหน้าข้า”
น้ำเสียงของหลี่เหวินหย่วนสั่นเครือ ลมหายใจถี่กระชั้นและหนักหน่วงขึ้น “ข้าคุกเข่าอยู่บนพื้น ขอร้องให้มันไว้ชีวิตบุตรชายของข้า แต่มันกลับหัวเราะเยาะ แล้วเตะข้ากระเด็น พร้อมกล่าวว่านี่คือจุดจบของคนไม่เชื่อฟัง”
ปลายนิ้วของเขาจิกลงไปในร่องอิฐจนลึก เล็บฉีกและมีเลือดซึม ทว่าเขาราวกับไม่รู้สึกเจ็บ เพียงกล่าวซ้ำอย่างไร้ชีวิตชีวา “ข้าทำได้เพียงมองเขาถูกลากตัวไป... มองเขาถูกลากไป ทั้งยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต”
เสียงของหลี่เหวินหย่วนแผ่วลงเรื่อยๆ ราวกับถูกความมืดอันไร้สิ้นสุดกลืนกิน “ข้าต่อต้านไม่ได้ ข้าทำไม่ได้ ข้ายังมีภรรยาและบุตรสาว ข้าจะปล่อยให้พวกนางตายตามข้าไปด้วยไม่ได้”
“ข้าทำได้เพียง... กล้ำกลืนศักดิ์ศรีไปประจบพวกมัน อ้อนวอนให้พวกมันละเว้นครอบครัวของข้า แม้แต่ศักดิ์ศรีในฐานะบิดาและสามี ข้ายังรักษาไว้ไม่ได้...”
