ใบหน้าของเซี่ยชิงเฟิงงดงามราวตุ๊กตากระเบื้อง ผิวพรรณเนียนนุ่มจนแทบสะกิดให้แตกได้ ขนตาหนาและงอนเล็กน้อยขยับไหวเบา ๆ ยิ่งขับให้นางดูน่ารักซุกซน ราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่วางขายในร้านค้าในเมือง
เซี่ยซิ่นอดทอดถอนใจในใจอีกครั้งไม่ได้ เหตุใดถึงได้หน้าตางดงามปานนี้กันนะ กลับไปเขาต้องให้ภรรยาไปขอเคล็ดลับจากนางจางเสียหน่อย เด็กชายตัวแสบในบ้านเขาหลายคนหน้าตาราวกับหัวหมูดำ ต่อไปหาภรรยาคงลำบากแน่
เซี่ยชิงเฟิงเห็นเซี่ยซิ่นจ้องนางจนเหม่อลอย จึงกระทืบเท้าเบา ๆ แล้วออดอ้อนด้วยเสียงเด็กน้อยต่อ “ท่านปู่ อุ้มข้าหน่อย”
จริง ๆ แล้วนางก็ทนการออดอ้อนเลี่ยน ๆ ของตัวเองไม่ไหวเหมือนกัน แต่ทางเดินด้านล่างมีแต่ก้อนกรวดแหลมคม นางเดินต่อไม่ไหวแล้ว หากยังฝืนเดินต่อไป รองเท้าคงขาดแน่
นางมีรองเท้าอยู่แค่คู่นี้เอง!
“ได้ ๆ ปู่อุ้มเจ้า” เซี่ยซิ่นได้สติ ก้มตัวลงยื่นมืออุ้มเด็กน้อยขึ้นมา
สัมผัสนุ่มนิ่มของเด็กน้อยกับกลิ่นหอมละมุนโชยเข้ามาปะทะ เซี่ยซิ่นมือพลั้งจนเกือบทำเซี่ยชิงเฟิงหล่น
ไม่แปลกที่ปกตินางจางจะทะนุถนอมเด็กคนนี้ราวกับดวงตา เด็กคนนี้เห็นแล้วชวนให้คนรักใคร่ หากกระแทกหรือบาดเจ็บขึ้นมา คงปวดใจจนแทบขาดใจ
เซี่ยซิ่นพาเซี่ยชิงเฟิงไปยังห้องเล็กข้างศาลบรรพชน ภายในมีแต่เด็ก ๆ ตระกูลเซี่ย
ใต้ตัวเด็กทุกคนมีเบาะรองเข่า ตามธรรมเนียมแล้ว คืนนี้เหล่าผู้น้อยต้องคุกเข่าจนถึงรุ่งเช้า ทว่าไม่มีใครเฝ้าอยู่ในห้อง พวกเด็ก ๆ จะนั่งหรือคุกเข่าก็ได้ ขอเพียงนั่งนิ่งอยู่บนเบาะรองเข่าเท่านั้น
