ปีที่ 3 แห่งรัชศกเฉียนไท่ ณ เมืองหลวง
สิบวันก่อนเทศกาลซ่างหยวนในปีที่สามหลังเซียวหยุนซูขึ้นครองราชย์ ถนนจูเชวี่ยตั้งแต่สะพานจินสุ่ยไปจนถึงประตูหย่งติ้ง ตลอดถนนยาวสิบลี้ ประดับโคมหลวงไว้ตามชายคาทุกหลัง
บ้านเรือนสามัญแขวนโคมกระต่ายบุผ้าโปร่งและโคมหมุนลวดลายม้า เขียนอักษรอวยพรให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์และสงบสุขทุกปี ส่วนหน้าที่ทำการของทางการประดับโคมแก้วทรงสี่เหลี่ยม บนโคมฝังลายดอกบัวเลื้อยที่ถักจากเส้นทอง กลางวันต้องแสงจนสุกใส ครั้นยามค่ำจุดเทียนขึ้น ทั้งถนนก็ราวกับมีทางช้างเผือกไหลผ่าน
เทศกาลซ่างหยวนในเมืองหลวงปีก่อน ๆ ไม่เคยจัดใหญ่โตถึงเพียงนี้ สาเหตุซ่อนอยู่ในฎีกาที่กรมคลังเพิ่งถวายขึ้นไป
สองปีแรกหลังเซียวหยุนซูขึ้นครองราชย์ นางมัวแต่วุ่นวายกับการจัดระเบียบขุนนางและขุดลอกแม่น้ำ แม้สถานการณ์จะมั่นคงขึ้น ทว่าก็ยังขาดโอกาสที่จะประกาศแก่ทั้งในและนอกแคว้นว่า “ราชวงศ์เซิ่งหยวนฟื้นฟูรุ่งเรืองแล้ว”
คราวนี้แคว้นเหอฉีแจ้งว่าจะส่งทูตมา เซียวหยุนซูจึงเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะทำให้แคว้นรอบข้างตระหนักถึง “ฐานะ” ของราชวงศ์เซิ่งหยวนในฐานะรัฐเจ้าผู้ครอง จึงออกประกาศเรียกบรรดาแคว้นเล็ก ๆ รอบด้านให้เดินทางมาเมืองหลวงเพื่อร่วมถวายพระพร
นางรู้ดีว่าการที่เจ้าแคว้นเหอฉีส่งทูตมานั้นไม่ใช่การถวายบรรณาการธรรมดา แคว้นเหอฉีตั้งมั่นอยู่ชายแดนมานับร้อยปี ยึดถือแต่ความแข็งแกร่ง ไม่เห็นแก่ไมตรี ในคราวที่ราชวงศ์เซิ่งหยวนอ่อนกำลัง พวกเขายังกล้ายึดเรือขนเสบียงทางลำน้ำ ครั้นราชวงศ์เซิ่งหยวนฝึกกองทัพใหม่ขึ้นทางตะวันออกได้ พวกเขาก็รีบส่งตัวประกันมาให้ทันที
บัดนี้กลับส่งทูตพร้อมของกำนัลล้ำค่ามาถวายเพื่อแสดงความยินดีในเทศกาลซ่างหยวน เบื้องหน้าเป็นการถวายพระพร แต่เบื้องหลังคงอยากหยั่งเชิงฮ่องเต้องค์ใหม่แห่งราชวงศ์เซิ่งหยวนว่าเข้มแข็งเพียงใด
สิ่งที่เซียวหยุนซูไม่หวาดหวั่นที่สุดในราชวงศ์เซิ่งหยวนยามนี้ ก็คือการหยั่งเชิง
