แต่สำหรับเซี่ยชิงเฟิงแล้ว โจทย์ข้อนี้ไม่ได้ยากนัก เขาเคยศึกษาหลักคัมภีร์และบทความสอบจากการสอบหน้าพระที่นั่งในปีก่อน ๆ มาแล้ว โจทย์หลักคัมภีร์ส่วนใหญ่ล้วนกำกวมเช่นนี้
ส่วนบทความสอบชั้นเลิศที่ถูกนำมาติดประกาศ ล้วนเขียนตามความหมายของหลักคัมภีร์โดยแท้ กล่าวคือ ปราชญ์ขงจื๊อต้องการสื่อความหมายใด ก็เพียงถอดความออกมาให้ครบถ้วนก็พอ
อย่าได้คิดว่า ‘ฉันอยากเป็นขุนนาง ฉันจะยึดมั่นในความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม เพื่อรับใช้ชาวบ้านและฮ่องเต้ให้ดีที่สุด’ แล้วเขียนสรรเสริญหลักการยิ่งใหญ่เรื่องการผดุงความถูกต้องแม้ต้องลงโทษญาติของตนเป็นพรวน
ต้องดูให้ชัดว่าโจทย์ปรากฏอยู่ตรงส่วนใด นี่ไม่ใช่โจทย์บทความวางแผน หากอวดฉลาดใส่ความเข้าใจของตนเองลงไป เกรงว่าได้ตกแน่
หลังจากเขียนแนวทางลงบนกระดาษร่างอย่างชัดเจนแล้ว เซี่ยชิงเฟิงก็สงบจิตใจ จับพู่กันเริ่มเขียนอย่างช้า ๆ “ปราชญ์กล่าวถึงความเที่ยงตรงในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และความรักใคร่ตามสายเลือด มิใช่เพื่อบิดเบือนความเที่ยงธรรมให้แก่ความรักส่วนตน หากแต่เป็นการหยั่งเห็นความจริงแห่งการดำเนินไปของสวรรค์ในสายเลือดและธรรมชาติแต่กำเนิด...”
พูดตามตรง เขายังไม่เคยเขียนลงบนกระดาษคำตอบในสนามสอบโดยตรงมาก่อน แม้จะฝึกฝนเป็นการส่วนตัวมาหลายครั้ง แต่เมื่อลงมือเขียนจริงก็ยังอดประหม่าอยู่บ้าง
ไม่กล้าเสียสมาธิแม้แต่น้อย
เมื่อข้อแรกเริ่มต้นได้ดี เซี่ยชิงเฟิงก็ค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะ ข้อสอบถัด ๆ มาเขียนได้คล่องมือกว่าเดิม แกะประเด็นได้อย่างรวดเร็ว
เซี่ยชิงเฟิงเป็นคนเจ้าระเบียบ เวลาทำข้อสอบต้องเรียงตามลำดับ ไม่ใช่แบ่งข้อสอบตามความยากง่ายตั้งแต่ตอนอ่านโจทย์ แล้วเริ่มเขียนจากข้อที่ง่ายก่อนค่อยไปทำข้อยาก
