บรรพบุรุษของนางล้วนเป็นสามัญชนมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยทำเรื่องบ้าบิ่นเช่นนี้มาก่อน
กั๋วเอ๋อร์ใช้ชีวิตสุขสบายจนเบื่อแล้วหรือไร?
“ท่านย่า ท่านแม่ ขอร้องพวกท่านเถิด” ดวงตาของเซี่ยชิงเฟิงลุ่มลึกกระจ่างใส เขาเป็นเด็กว่าง่ายมาโดยตลอด หลายปีมานี้ไม่เคยเอ่ยปากขอสิ่งใด นี่เป็นครั้งแรกที่ร้องขอพวกนาง
ต้าหยากับเอ้อหยาสบตากัน หลายปีมานี้กั๋วเอ๋อร์ตั้งใจเล่าเรียนถึงเพียงนี้ ใครจะคิดว่าท่านย่ากับท่านอาสะใภ้ไม่เคยคิดจะให้เขาเข้าสอบขุนนางเลยสักนิด?!
นี่มันเรื่องอะไรกัน?! แล้วที่กั๋วเอ๋อร์ตั้งใจเรียนหนังสือมาตลอดหลายปีเพื่ออะไร? หากเพียงอยากไปหางานทำในอำเภอ ก็ไม่จำเป็นต้องเล่าเรียนหนักถึงเพียงนี้เสียหน่อย!
“ท่านย่า ในเมื่อกั๋วเอ๋อร์อยากเข้าสอบขุนนาง ก็ให้เขาไปเถิด” ต้าหยาคิดว่าอย่างไรเสียตอนนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ขัดสนเงินทอง ต่อให้กั๋วเอ๋อร์เรียนอีกเจ็ดแปดปีก็ไม่เป็นไร ครอบครัวส่งเสียไหว
“เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร?” นางจางปฏิเสธเรื่องที่เซี่ยชิงเฟิงจะเข้าสอบขุนนางอย่างเด็ดขาด นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ต้าหยาเบ้ปาก ท่านย่าเองก็เคยเป็นเด็กผู้หญิงมิใช่หรือ?
หางตาของเซี่ยชิงเฟิงตกลงเล็กน้อย ขนตาทอดเงาลงบนใต้ตา เขารู้อยู่แล้วว่าท่านย่าคงไม่เห็นด้วย เมื่อคืนเขาได้ยินนางหารือกับท่านแม่ตรงหน้าประตูห้องของนางจาง ว่าเดือนหน้าจะไม่ส่งเขาไปเรียนแล้ว
ทางบ้านเดิมของท่านแม่หางานเฝ้าร้านหนังสือให้เขาทำ เป็นงานสบาย ทั้งปียังหาเงินได้สามสี่ตำลึง
แต่เขาไม่ยอมจำนนต่อชีวิตสามัญ แม้ไม่มีข้อกำหนดจากระบบ เมื่อได้เรียนหนังสือมาหลายปีแล้ว เขาก็ยังมุ่งมั่นกับเส้นทางสอบขุนนาง ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น เขาเพียงไม่อยากเป็นฝ่ายที่ถูกคนอื่นข่มเหงและเชือดเฉือนตามใจชอบ
