“ไม่คิดเลยว่าเวลาจะผ่านไปเร็วเพียงนี้...” เซี่ยหูกางหน้าหนังสือพลางทอดถอนใจ เมื่อเห็นเซี่ยชิงเฟิงข้างกายกำลังฝึกคัดอักษรอยู่ เขาก็เอ่ยทักอย่างไม่เกรงใจว่า “ชิงเฟิง เจ้าคิดว่าเวลาผ่านไปเร็วหรือไม่ อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องไปลงชื่อสอบระดับอำเภอกันแล้ว”
เซี่ยชิงเฟิงส่ายหน้า “ไม่เลย พี่เซี่ยหู หากเจ้ายังหาเรื่องชวนข้าคุยตอนที่อาจารย์ออกไปอีก ประเดี๋ยวถูกอาจารย์เห็นเข้า หลังเลิกเรียนก็เตรียมรับไม้เรียวของเขาได้เลย!”
เขาไม่ได้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว เพียงสังเกตเห็นเสื้อผ้าของตนเปลี่ยนจากหนาเป็นบาง ฤดูหนาวปีนี้ในอำเภออู่เหลียนไม่ได้ยาวนานนัก หลังขึ้นปีใหม่ อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้นทีละน้อย ถ่านในห้องเรียนเองก็เก็บออกไปนานแล้ว
ไม่คิดเลยว่าจะถึงเวลาลงชื่อสอบระดับอำเภอเร็วเพียงนี้
เมื่อเซี่ยหูได้ยินถึงไม้เรียวของเซี่ยเจิ้ง ก็เบ้ปากแล้วไม่กล้าพูดอีก
ครึ่งเดือนก่อน เซี่ยเจิ้งก็หยุดสอนเนื้อหาใหม่ ให้พวกเขาทบทวนจุดอ่อนของตนเองแทน บทเรียนช่วงกลางวันทั้งหมดเปลี่ยนเป็นการอ่านทบทวนด้วยตนเอง เมื่อใกล้ถึงวันสอบระดับอำเภอ เหล่าบัณฑิตต่างรู้ดีว่าการสอบครั้งนี้สำคัญเพียงใด เซี่ยเจิ้งจึงเพียงแวะเข้ามากวาดตามองในห้องเรียนเป็นครั้งคราว
หากยังมีใครไม่รู้จักกาลเทศะ ชวนกันพูดคุยอยู่ ไม้เรียวยาวของเซี่ยเจิ้งก็ไม่ใช่ของเล่น
วันที่ 25 เดือนหนึ่งตามปฏิทินจันทรคติ ก็มาถึงกำหนดลงชื่อสอบระดับอำเภอ
ตัวอำเภออยู่ห่างจากอำเภออู่เหลียนราว 60 กิโลเมตร หากเดินเท้าไปคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน วัวเทียมเกวียนไปไม่ไกลถึงเพียงนั้น เซี่ยเจิ้งจึงไปจ้างรถม้าสองคันในเมือง คนละ 50 เหวินก็ขึ้นรถได้
