“เป็นพ่อของพี่สะใภ้บ้านหลี่หย่งที่ลงมือหรือ?” นางเจิงเพียงคนเดียวไม่มีทางมีอำนาจถึงเพียงนั้น มีแต่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายสามีที่เป็นมือปราบของนางเท่านั้นที่กล้าวางอำนาจเช่นนี้
เห็นเซี่ยชิงเฟิงเอ่ยถึงประเด็นสำคัญได้ทันที นางจางก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ กั๋วเอ๋อร์ฉลาดเกินไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี
“กั๋วเอ๋อร์ ที่จริงก็ไม่มีเรื่องใหญ่อันใด ไม่ต้องเป็นห่วง” นางจางหันบาดแผลที่นางเห็นว่า “ไม่ร้ายแรง” ให้เซี่ยชิงเฟิงดูรอบด้าน “หมอกัวก็บอกแล้วว่าเป็นเพียงแผลภายนอก”
แก้มที่บวมเป่งเสียรูปทรงเดิมไปนานแล้ว รอยฟกช้ำสีเขียวคล้ำแผ่กระจายอยู่ใต้ผิวหนังที่บวมช้ำ ดวงตาถูกเบียดจนเหลือเพียงเส้นเล็ก ๆ ทุกครั้งที่นางอ้าปากพูด หากเพ่งดูใกล้ ๆ ก็จะเห็นมุมปากกระตุก
นางจางจงใจทำสีหน้าทะเล้นเพื่อให้เซี่ยชิงเฟิงคลายกังวล ทว่าท่าทางเหล่านั้นของนางกลับดู...
น่าขันและน่าสงสาร
“ท่านย่า อย่าพูดเลย พวกเรา...พักผ่อนให้ดีเถิด” เซี่ยชิงเฟิงขยับลูกกระเดือก จิตสังหารอันพลุ่งพล่านดุจคลื่นยักษ์กำลังปั่นป่วนอยู่ในใจ
เขายื่นมือไปลูบเส้นผมสีขาวที่หลุดลงมาข้างขมับของนางอย่างทะนุถนอม
ท่านย่ายังมีอายุเพียงสี่สิบกว่าเท่านั้น แต่กลับมีผมขาวแล้ว
“อืม ดีเลย” นางจางคิดจะยิ้มให้กั๋วเอ๋อร์ของตน ทว่ากลับกระทบแผลจนหลุดเสียง “ซี๊ด” ออกมา
เซี่ยชิงเฟิงยิ่งร้อนใจ รีบเอ่ยว่า “ท่านย่า ทายาแล้วหรือยัง? ต้องทายาเพิ่มอีกหน่อยหรือไม่?”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง!” นางจางโบกมือซ้ำ ๆ “เมื่อครู่ต้าหยาทายาให้ข้าแล้ว”
