รถม้าเพิ่งเลี้ยวผ่านต้นไหวโบราณตรงหัวหมู่บ้าน เสียงล้อบดไปบนถนนดินก็ดึงดูดความสนใจของชาวบ้านหมู่บ้านต้าหยางทันที
“นี่... รถม้านี่มีที่มาอย่างไรกัน? หมู่บ้านเราไม่ได้เห็นรถม้าหรูหราเช่นนี้มานานแล้ว” ป้าสะใภ้ตระกูลหวังที่กำลังพักเหนื่อยอยู่ในนาเอ่ยด้วยความประหลาดใจ นับแต่จ้วงหยวนตระกูลเซี่ยจากไป ในหมู่บ้านก็มีเพียงรถเทียมที่ใช้บรรทุกสินค้าแวะเวียนมา นับแล้วเกือบสิบปีที่ไม่ได้เห็นรถม้ารูปแบบนี้
สุ่ยเซิงที่นั่งยองอยู่ข้างกองฟางหรี่ตา “ดูจากตัวรถแล้ว เห็นทีจะเป็นรถของทางการ ในหมู่บ้านเราจะมีผู้ใดเกี่ยวดองกับคนทางการได้? หรือว่า...กั๋วเอ๋อร์กลับมาแล้ว?”
เพิ่งเอ่ยคำว่า “กั๋วเอ๋อร์” ออกมา ก็ถูกภรรยาขัดขึ้นเสียก่อน “กั๋วเอ๋อร์อะไรกัน? นั่นคือใต้เท้าเซี่ย! เขาเป็นถึงจ้วงหยวน ไม่แน่ว่าในเมืองหลวงอาจดำรงตำแหน่งขุนนางใหญ่ แม้แต่ท่านนายอำเภอของเรายังต้องคอยต้อนรับด้วยความเคารพ บัดนี้ควรเรียกท่านเซี่ยแล้ว เราจะละเลยธรรมเนียมสูงต่ำมิได้!”
สามีของนางนี่ช่างไม่รู้จักกาลเทศะ ผ่านมาตั้งเกือบสิบปีแล้วยังกล้าเรียกใต้เท้าเซี่ยด้วยชื่อเล่นสมัยเด็ก หากเรื่องนี้แพร่ออกไปแล้วมีผู้จับผิดขึ้นมา พวกเขาคงได้เดือดร้อนกันแน่
ระหว่างที่กำลังพูดคุย รถม้าก็หยุดลงตรงปากหมู่บ้าน ทันทีที่เซี่ยชิงเฟิงเลิกม่านก้าวลงจากรถ ชาวบ้านที่พักอยู่ริมทุ่งนาก็พลันเงียบเสียงไปชั่วขณะ เขาสวมชุดลำลองสีดำสนิท ปลายแขนเสื้อปักลายจาง ๆ แม้ไม่ได้สวมชุดขุนนาง ทว่ากลิ่นอายสง่างามทั่วกายก็แตกต่างจากเด็กหนุ่มที่เคยท่องตำราบนคันนาผู้นั้นแล้ว
