บ้านเซี่ยเซี่ยวมีบรรยากาศเคร่งเครียด
เซี่ยเซี่ยวนั่งหน้าบึ้งอยู่บนที่นั่งประธาน “นางเฒ่าโง่นั่นยังไม่กลับมาอีกหรือ?”
“ท่านพ่อ ข้าให้เซี่ยต้าไปเรียกท่านแม่จากบ้านอาจารย์เซี่ยแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็คงมาถึง” บุตรชายคนโตของเซี่ยเซี่ยวกล่าวอย่างนอบน้อม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นบิดาจริงจังเคร่งขรึมถึงเพียงนี้
เซี่ยเซี่ยวมีบุตรชายสองคนกับบุตรสาวหนึ่งคน บุตรสาวออกเรือนไปแล้ว ส่วนสะใภ้ทั้งสองต่างก็เอาใจใส่มีบุตรชายให้เขาถึงห้าคน ได้แก่ เซี่ยต้า เซี่ยเอ้อร์ เซี่ยซาน เซี่ยซื่อ และเซี่ยอู่ สามคนแรกเป็นบุตรของสะใภ้ใหญ่ ส่วนเซี่ยซื่อกับเซี่ยอู่เป็นบุตรของสะใภ้เล็ก
คนทั้งบ้านนั่งเงียบอยู่ข้างโต๊ะอาหาร รอหวังซานเหมยกลับมา
หวังซานเหมยกำลังทะเลาะกับนางจางอยู่หน้าบ้านเซี่ยเจิ้ง สู้ฝีปากไม่ไหวจึงคิดจะกระชากผมนางจางแล้วลงไม้ลงมือ ทว่าอยู่ ๆ ก็ถูกหลานชายคนโตเรียกกลับบ้าน
“หลานชายคนโต เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านปู่เรียกย่าให้กลับไปด้วยเรื่องใด?”
“ไม่รู้” เซี่ยต้าตอบหน้าตาย ไม่พูดอะไรต่อ
หวังซานเหมยกัดฟัน ล้วงน้ำตาลที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าออกมายื่นให้เซี่ยต้า “ย่าให้น้ำตาลเจ้ากิน บอกย่าหน่อยเถิด” ไม่รู้ว่าชาติก่อนทำกรรมอะไรไว้ ลูกทั้งสามคนที่สะใภ้ใหญ่คลอดออกมาถึงไม่สนิทกับนางเลยสักนิด ราวกับเลี้ยงหมาป่าไม่รู้คุณไว้ทั้งฝูง
เซี่ยต้ารับน้ำตาลมา สีหน้าจึงเบิกบานขึ้น “เหมือนจะเป็นเรื่องที่ท่านย่าด่าเซี่ยกั๋วเอ๋อร์เมื่อเช้านี้”
หวังซานเหมยใจหนักอึ้ง เรื่องนี้ยังไม่จบอีกหรือ?
เมื่อนางผลักประตูเข้าไปก็พบว่าทุกคนกำลังมองมาที่ตน หวังซานเหมยจึงรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง
