เหล่าขุนนางในที่ว่าการต่างพากันคาดเดาเจตนาของเซี่ยชิงเฟิง ว่าเขาหมกมุ่นกับความสำราญจริง ๆ หรือกำลังแสร้งทำเป็นหมูเพื่อกินเสือกันแน่
ยามนี้เซี่ยชิงเฟิงกำลังเอกเขนกอยู่ที่บ้าน ทำบาร์บีคิวกินเอง เตรียมเสียบไม้ย่างกินอย่างเพลิดเพลิน เบื้องหน้ามีโต๊ะไม้ตัวเล็ก บนโต๊ะวางเนื้อย่างเสียบไม้ที่ทำเองหลายไม้ ข้างกันยังมีเหล้าเหลืองอุ่น ๆ อยู่หนึ่งกา
เซี่ยชิงเฟิงหยิบหมูย่างเสียบไม้สีเหลืองทองขึ้นมากัดเบา ๆ เนื้อนุ่มสด กลิ่นหอมของเนื้อสดกับพริกกระจายอบอวลอยู่ในปาก เขาพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนยกจอกเหล้าขึ้นจิบ รสหอมละมุนของเหล้าเหลืองผสานกับความเผ็ดร้อนของเนื้อย่างได้อย่างลงตัว
“กั๋วเอ๋อร์ เอามาให้ข้าสักไม้” เอ้อหยากินจนปากมันเยิ้ม
“ลงมือทำเอง ย่อมมีอาหารกินอิ่มหนำ” เซี่ยชิงเฟิงพึมพำกับตนเอง มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ
นางจางมองหลานชายด้วยสีหน้ากังวล หมูครึ่งซีกนี้หลานชายขนกลับมาจากข้างนอกเมื่อวาน แม้ครึ่งแรกของชีวิตนางจะไม่ค่อยได้กินเนื้อหมู ทว่าถึงไม่เคยกินก็ย่อมเคยเห็นหมูวิ่งอยู่บ้าง
ดูจากเนื้อหมูครึ่งซีกนี้แล้วก็รู้ว่าไม่ใช่ของที่ชาวบ้านยากจนจะซื้อกินไหว ผิวหนังที่เงาวับเรียบลื่นนั่นเห็นชัดว่าราคาแพงลิบ
ตอนกั๋วเอ๋อร์กับเจ้าหนุ่มเซี่ยอี้ยกกลับมา นางก็ไม่เห็นด้วย แต่กั๋วเอ๋อร์บอกว่าไม่เป็นไร มีคนมอบให้
นางย่อมรู้ว่ามีคนมอบให้!
ที่นางหมายถึงคืออยากให้กั๋วเอ๋อร์เอาเนื้อหมูไปคืน ทว่ากั๋วเอ๋อร์ยืนกรานปฏิเสธ บอกว่าไม่เป็นไร
นางจางกลัดกลุ้มเหลือเกิน ออกจากเมืองหลวงมาแล้วก็ไม่ดีเอาเสียเลย! หลานชายจะกลายเป็นขุนนางใหญ่ฉ้อฉลอย่างที่นักเล่านิทานในเมืองเคยกล่าวถึงหรือไม่!
