“โอ้? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” หลี่เหวินหย่วนแสร้งทำเป็นประหลาดใจ ทว่าในใจกลับลอบคร่ำครวญทันทีที่เซี่ยชิงเฟิงเอ่ยถึงหญิงผู้นั้น เขาก็รู้แล้วว่าเป็นใคร
ก่อนเซี่ยชิงเฟิงเข้ารับตำแหน่ง หญิงผู้นี้ก็ไปก่อเรื่องที่ว่าการมาหลายวันแล้ว ศพสามีของนางใกล้เน่าเหม็นเต็มที แต่นางกลับไม่ยอมให้ฝัง เอาแต่ห่อไว้ในแผ่นหนัง
นึกไม่ถึงว่าหญิงผู้นี้จะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ถึงกับกล้ามาหาใต้เท้าเซี่ย!
หลี่เหวินหย่วนปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนเผยท่าทีจริงใจ “ใต้เท้าเซี่ย เรื่องนี้ข้าไม่ทราบจริง ๆ คนข้างล่างทำงานบกพร่อง จึงสร้างความลำบากให้ท่านแล้ว”
“นางเป็นหญิงเสียสติ...”
ขณะที่หลี่เหวินหย่วนกำลังจะอธิบาย เซี่ยชิงเฟิงก็ยกมือห้าม “ข้าเองก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องหยุมหยิมเหล่านี้ เจ้าจัดการเองเถิด แต่เมื่อมีคนตาย อย่างไรก็ต้องมีคำชี้แจง”
“จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ ทำเอาข้าตกใจไม่น้อย”
หลี่เหวินหย่วนใจหายวาบ รู้ว่าเซี่ยชิงเฟิงกำลังส่งสัญญาณให้เขาควักเงินปิดเรื่อง จึงรีบพยักหน้า “ใช่ ๆ ใต้เท้าเซี่ยกล่าวถูกต้อง ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”
เซี่ยชิงเฟิงจึงเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงยังคงเอื่อยเฉื่อย “เช่นนั้นก็ดี แต่เรื่องนี้จะตระหนี่เกินไปไม่ได้ อย่างไรก็เป็นชีวิตคนหนึ่ง”
หลี่เหวินหย่วนลอบด่าทออยู่ในใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้าแม้แต่น้อย ได้แต่ยิ้มประจบ “ใต้เท้าเซี่ยวางใจ ข้าจะจ่ายเงินให้เหมาะสม ให้ครอบครัวนั้นพึงพอใจ”
เซี่ยชิงเฟิงยิ้มพลางพยักหน้า ดูคล้ายพึงพอใจกับปฏิกิริยาของหลี่เหวินหย่วนไม่น้อย เขายกถ้วยชาขึ้น ราวกับบทสนทนาเมื่อครู่สิ้นสุดลงแล้ว
