นางจางกินไปพลางพยักหน้าไปพลาง ตอนแรกทุกคนคิดว่านางพูดเกินจริง ครั้นได้ลิ้มรสไส้ใหญ่หมูที่นุ่มเด้งเต็มปาก ต่างก็อดจุ๊ปากด้วยความทึ่งไม่ได้
โอ้โห อร่อยกว่าเนื้อเสียอีก!
กลิ่นหอมของไส้ใหญ่หมูอบอวลเต็มปากพวกเขาจนแทบล้นออกมา
“เป็นอย่างไรบ้าง อร่อยใช่หรือไม่!” เซี่ยชิงเฟิงเชิดคางเล็ก ๆ ขึ้นอย่างภาคภูมิ ยืดอกน้อย ๆ พลางรอคำชมจากผู้ใหญ่ ดวงตาหยิ่งทะนงจับจ้องไปยังมารดาที่เพิ่งลงไม้ลงมือกับตนเมื่อครู่
หลินเหนียงหันหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด ไส้ใหญ่หมูนี่...พอถูกกั๋วเอ๋อร์จัดการเข้า ก็อร่อยจริง ๆ
“กั๋วเอ๋อร์ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนี้...ช่วยขจัดกลิ่นเหม็นของไส้ใหญ่หมูได้” นางจางใคร่รู้ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าพืชที่ดูคล้ายภูเขาลูกหนึ่งนี้สามารถขจัดกลิ่นคาวได้
ทั้งนางกับหลินเหนียงยังไม่รู้ แล้วกั๋วเอ๋อร์รู้ได้อย่างไร หรือมีภูตผีปีศาจเข้าสิงร่างกั๋วเอ๋อร์เสียแล้ว?
“กั๋วเอ๋อร์อ่านเจอในหนังสือขอรับ!”
แม้เซี่ยชิงเฟิงจะกล่าวเช่นนั้น แต่เหตุผลนี้ไม่มีทางทำให้นางจางและคนอื่น ๆ เชื่อได้ ก่อนจะซื้อไส้ใหญ่หมู กั๋วเอ๋อร์ยังอ่านหนังสือไม่ออก ทั้งไม่เคยแม้แต่จะได้สัมผัสหนังสือด้วยซ้ำ
เขาไปรู้มาจากที่ใดกัน?
เมื่อเห็นทุกคนไม่เชื่อ เซี่ยชิงเฟิงก็รีบตบพุงตนเอง แล้วเอ่ยเหตุผลที่ซักซ้อมไว้ในใจหลายครั้งว่า “ตอนแรกกั๋วเอ๋อร์อยากกินไส้ใหญ่หมู แต่ท่านย่าไม่ให้กิน กั๋วเอ๋อร์ก็เลยซ่อนไว้ ตั้งใจจะแอบกิน”
“ช่วงนี้อ่านหนังสือยุ่งมาก เลยลืมทำไปเสียก่อน วันนี้บังเอิญเห็นในห้องหนังสือของอาจารย์ว่าทำไส้ใหญ่หมูต้องใช้ขิง ครั้งก่อนข้าขึ้นเขากับท่านย่า เห็นขิงสวยดีเลยเก็บกลับมา พอตกกลางคืนเกิดอยากกินขึ้นมา ข้าจึงลุกขึ้นมาทำไส้ใหญ่หมู สุดท้ายก็ถูกพวกท่านจับได้”
