“ไม่ใช่สิ ชิงเฟิง ข้าซื้อของเสร็จกลับมาแล้ว เหตุใดยังหมอบแอบมองอยู่ตรงนี้อีก?” เซี่ยหูทนดูสหายสนิทอย่างเซี่ยชิงเฟิงลับ ๆ ล่อ ๆ แอบมองว่าที่พี่เขยไม่ไหวแล้ว
“เข้าไปทักทายเสียสิ เปิดเผยตรงไปตรงมา”
เซี่ยชิงเฟิงเห็นท่าทีเอิกเกริกของเซี่ยหู ซึ่งกำลังจะดึงดูดความสนใจของชายอีกฟาก จึงรีบดึงเขาไปหลบตรงมุมกำแพง ใบหน้าฉายแววขุ่นเคือง “ชู่ว์! อยากตายหรือไร! บอกแล้วว่ามาแอบดูเงียบ ๆ”
เซี่ยหูถูกเซี่ยชิงเฟิงถลึงตาใส่จนหดคอ เสียงที่เอ่ยยามนี้จึงเบาลงไม่น้อย “เช่นนั้นชิงเฟิง แอบมองอยู่ตรงนี้ก็ใช่ว่าจะเห็นดอกไม้ผลิบานเสียหน่อย มองอยู่เช่นนี้ครู่หนึ่งแล้วจะรู้ได้หรือว่าคนผู้นั้นมีนิสัยเช่นไร?”
“พอจะเห็นได้สักเจ็ดแปดส่วนกระมัง” เซี่ยชิงเฟิงมั่นใจอยู่ในใจแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาให้เงินยี่สิบเหวินแก่ขอทานคนหนึ่ง แล้วใช้ให้ไปขอทานที่บ้านว่าที่พี่เขย ดูว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาเช่นไร
ชายผู้นี้มีนามว่าหลี่หย่ง แม้รูปร่างหน้าตาจะธรรมดา แต่จิตใจนับว่ามีเมตตาไม่น้อย เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กขอทานที่เข้าประตูมาพร้อมกลิ่นเหม็น เขาก็ไม่โกรธ เพียงมอบเหรียญทองแดงให้สองสามเหรียญอย่างเงียบ ๆ
เซี่ยชิงเฟิงยืนดูอยู่ตรงนี้เกือบหนึ่งชั่วยาม ลูกค้าที่เข้าไปในร้านของหลี่หย่ง ไม่ว่าจะเป็นคนมั่งมีหรือชาวนาที่ยากจน เขาล้วนปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม นิสัยใจคอนับว่าไม่เลว
คนที่นิสัยใจคอดีย่อมมีหลักยึดของตนเอง ต่อไปพี่ใหญ่แต่งให้เขา ชีวิตก็คงไม่ลำบากนัก
หากได้เป็นคู่กับพี่ใหญ่ ก็นับว่าใช้ได้
