ชุนเถานั่งคร่อมตัวเจิงหว่านหรง แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้านางไม่ยั้ง ทุกครั้งที่ตบล้วนแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว แก้มของเจิงหว่านหรงบวมเป่งขึ้นในพริบตา มุมปากแตก เลือดไหลหยดลงบนฟางข้าวเหม็นอับ
เหล่าสตรีในคุกต่างกินหมั่นโถวของตนเอง ไม่คิดช่วยเจิงหว่านหรง นางทำชั่วไว้ก็สมควรได้รับผลเช่นนี้!
หลินหลิ่วเห็นเจิงหว่านหรงถูกสาวใช้คนสนิททุบตี ในใจก็รู้สึกสะใจขึ้นไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะผู้คุมเข้ามา นางคงอยากให้เจิงหว่านหรงถูกตีต่อไปอีกสักพัก
หญิงชั่วผู้นี้
กลิ่นเหม็นเน่าจากหนูตายในคุกตลบอบอวล หลินหลิ่วรู้สึกว่าชีวิตนี้ของตนไร้ความหวังแล้ว ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวในยามนี้คือขอให้ตายอย่างมีเกียรติสักหน่อย
นางใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดใบหน้าเบา ๆ กลับเช็ดคราบสกปรกออกมาเป็นปื้น
“เอี๊ยด...” ประตูเหล็กหนาหนักด้านนอกสุดพลันถูกผลักเปิด ลมเย็นหอบเอากลิ่นอับชื้นพัดกรูเข้ามา
หลินหลิ่วกอดตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว แล้วขยับถอยไปหลบมุมกำแพงอีกนิด ก่อนจะได้ยินเสียงประจบประแจงของผู้คุม “ขันที ท่านเซี่ย เชิญทางนี้!”
เมื่อได้ยินชื่อท่านเซี่ย หัวใจหลินหลิ่วก็พลันบีบรัด เด็กคนนี้อย่างเซี่ยชิงเฟิงคงไม่เสี่ยงแอบมาหาพวกนางหรอกกระมัง?
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทีละน้อย หลินหลิ่วเงยหน้ามอง เห็นเซี่ยชิงเฟิงสวมเสื้อคลุมสีเขียว เดินก้าวยาวเข้ามา เป็นเด็กคนนี้จริง ๆ!
นางแทบสะกดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
หลินหลิ่วลุกพรวดขึ้นมา โซ่ตรวนส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง ทว่าขาชาจนเกือบล้มลง
คนตระกูลหลินต่างลุกขึ้นด้วย ทว่าพวกเขาไม่ได้ลุกเพราะเซี่ยชิงเฟิงมาเยือน หากเป็นเพราะขันทีเฒ่าที่อยู่ข้างกายเขา
