ผู้ใหญ่บ้านลูบเคราพลางถอนหายใจ “เหตุใดเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้ด้วย ในบ้านมีคนเพิ่มขึ้นอีกคนก็ครึกครื้นดี”
คราวแบ่งแยกตระกูลเซี่ยครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลเซี่ยต่างอยู่ในเหตุการณ์ จึงรู้เรื่องราวของบ้านนางดี หากหลี่ต้าจวนจากไปจริง บ้านนี้ก็จะขาดแรงงานไปอีกคน ทั้งยังต้องส่งเซี่ยชิงเฟิงเรียนหนังสือ วันข้างหน้าคงลำบากไม่น้อย
“ครอบครัวหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือความสามัคคี ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันจึงจะสร้างฐานะให้ดีขึ้นได้” นางจางกล่าวอย่างหนักแน่น “หากคนในบ้านมีใจคิดเป็นอื่น แล้วจะยังเรียกว่าครอบครัวได้หรือ?”
“อีกอย่าง เพียงเพราะข้าจะส่งกั๋วเอ๋อร์ไปเรียนหนังสือสักสองสามปี หลี่ต้าจวนก็โวยวายจนคนทั้งหมู่บ้านรู้กันทั่ว หากภายหน้ามีเรื่องใหญ่กว่านี้ขึ้นมา จะมิยิ่งวุ่นวายหรือ?”
ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ต่างเห็นด้วยกับเหตุผลของนางจาง ฟังดูแล้วก็มีเหตุผลจริง ๆ
สตรีหลายคนที่เป็นแม่สามีแล้วต่างโกรธยิ่งกว่านางจางเสียอีก “ข้าว่านะ นางจาง เจ้าเป็นแม่สามีที่อ่อนแอเกินไปแล้ว ถึงกับปล่อยให้ลูกสะใภ้ขึ้นมาวางอำนาจเหนือหัว หากเป็นบ้านข้า หลี่ต้าจวนคงถูกจับขังสุกรไปนานแล้ว!”
“นั่นสิ แม่สามีดีกับนางถึงเพียงนี้ นางไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็แล้วไป ยังกล้าก้าวก่ายอนาคตของทายาทชายเพียงคนเดียวในบ้านอีก ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง”
“ยังจะแบ่งเงินให้นางอีกหรือ? ถ้าเป็นบ้านข้า คงไล่ให้นางเก็บข้าวของออกไปแล้ว ยังคิดจะมาเอาเงินจากพวกข้า ฝันไปเถอะ!”
