ชีวิตสุขสำราญของเซี่ยชิงเฟิงกับพวกพ้องดำเนินไปได้ไม่นาน วันประกาศผลการสอบหน้าพระที่นั่งก็มาถึง
“ชิงเฟิง ขาข้าสั่นจนควบคุมไม่อยู่แล้ว” เหลียนอี้จื้อนั่งอยู่ตรงโถงของโรงเตี๊ยม ขาสั่นไม่หยุด
“ไม่ปิดบังพี่เหลียน ข้าเองก็เช่นกัน” เซี่ยชิงเฟิงกังวลไม่น้อย ทว่าท่าทางของเขาไม่ได้ออกอาการมากเท่าเหลียนอี้จื้อ
หากสอบหน้าพระที่นั่งผ่านได้ ก็แตกต่างจากการเป็นจวี่เหรินแล้ว เพราะนั่นหมายถึงสามารถเข้ารับราชการได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นขุนนางเล็ก ๆ ขั้นแปดหรือเก้าอย่างจวี่เหริน
เดิมทีเซี่ยชิงเฟิงคิดจะไปดูรายชื่อด้วยตนเอง แต่ถูกเหลียนอี้จื้อห้ามไว้
อีกฝ่ายบอกว่าเขาให้เซี่ยอี้กับเด็กรับใช้ของตนไปเฝ้าอยู่หน้าประกาศนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปดูด้วยตัวเอง เพียงรออยู่ในโรงเตี๊ยมก็พอ
เซี่ยชิงเฟิงเห็นบรรดาจวี่เหรินที่เข้าสอบหน้าพระที่นั่งต่างก็ไม่ได้ออกไปไหน ทุกคนล้วนรออยู่ในโรงเตี๊ยมให้ผู้แจ้งผลมาประกาศ จึงนั่งลงอย่างจนใจ
“ชิงเฟิง หากคราวนี้ข้าสอบไม่ผ่าน ข้าคงเสียใจมากแน่” เหลียนอี้จื้อเอ่ยอย่างจริงจัง นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเข้าสอบ ชีวิตคนเราจะมีหกปีสักกี่ครั้งกัน?
แม้เซี่ยชิงเฟิงเองจะกังวลอยู่บ้าง แต่ยามนี้ก็ยังปลอบใจองค์หญิงน้อยเหลียน “พี่เหลียน วางใจเถิด ท่านต้องสอบผ่านแน่นอน”
“อืม” เหลียนอี้จื้อราวกับกำลังให้กำลังใจตนเอง “ข้าต้องสอบผ่านแน่!”
ผู้แจ้งผลคนแรกมาถึงโรงเตี๊ยม เขาตะโกนเสียงดังว่า “ใต้เท้าเหมยจวิ้นเหลียง จากจวนเจิ้นเจียง เขตอันโซ่ว สอบหน้าพระที่นั่งได้อันดับที่หนึ่งร้อยสามสิบ!”
“ใต้เท้าเหมย ยินดีด้วย!”
“ขอบคุณ ขอบคุณ” เหมยจวิ้นเหลียงลุกขึ้นทันที มอบเงินที่เตรียมไว้ให้ผู้แจ้งผล
