ทว่าเสาหงอวี้คลุกคลีอยู่ในราชสำนักมาหลายสิบปี ฝึกฝนจนแม้ภูผาถล่มลงตรงหน้าก็ยังสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน เกรงว่าวันนี้องค์ชายรองกับพวกที่มาครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญที่สุดคงเป็นอำนาจบัญชาการทหารของสำนักบัญชาการทหารทั้งห้า
อุตส่าห์วางแผนเสียตั้งมากมาย
ก่อนจะได้รับรายงานจากพวกพ้องว่าพบตัวองค์ชายหกแล้ว เสาหงอวี้ย่อมไม่มีทางมอบอำนาจบัญชาการทหารให้พวกเขาเป็นอันขาด
เสาหงอวี้มีแววตาสงบนิ่งดุจสายน้ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เร่งร้อนว่า “องค์ชายรอง ตามกฎของบรรพชน ตราพยัคฆ์ของสำนักบัญชาการทหารทั้งห้าเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน ต้องรอจนฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์และจัดพิธีรับตราเสียก่อน สำนักเน่ยเก๋อจึงจะส่งมอบอำนาจบัญชาการทหารอย่างเป็นทางการ พร้อมประทับตราหยกของฮ่องเต้องค์ใหม่ ยามนี้พระองค์ทรงเรียกร้อง ย่อมไม่สมเหตุสมผล!”
“ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะมีราชโองการให้คืนสถานะในทะเบียนราชสกุลแก่พระองค์แล้ว แต่สถานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ยังไม่ผ่านการหารือและรับรองจากขุนนางทั้งราชสำนัก ทั้งไม่มีพระราชพินัยกรรมของฮ่องเต้องค์ก่อนระบุให้พระองค์รับช่วงอำนาจบัญชาการทหาร”
เซียวเฉินได้ยินคำพูดของเสาหงอวี้ สีหน้าก็ไม่สบอารมณ์ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย “ใต้เท้าเสา นี่คิดจะเป็นปรปักษ์กับข้าให้ถึงที่สุดหรือ? อย่าลืมว่าบัดนี้น้องหกสิ้นชีพแล้ว ฮ่องเต้องค์ก่อนก็สวรรคตแล้ว ในฐานะโอรสองค์โต การที่ข้าจะขึ้นครองราชย์และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ย่อมแน่นอนดุจตอกตะปู”
เสาหงอวี้ยิ้มน้อย ๆ น้ำเสียงยังคงสุขุม “องค์ชายรองโปรดอย่าทรงกังวล กองทัพของสำนักบัญชาการทหารทั้งห้าตั้งรับพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ความสงบเรียบร้อยในเมืองหลวงย่อมไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องอำนาจบัญชาการทหาร เมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์แล้ว ย่อมดำเนินการตามธรรมเนียม”
