ไม่คาดคิดว่าเซี่ยชิงเฟิงเพียงปรายตามองเถ้าแก่โจว ก่อนเอ่ยเสียงเนิบว่า “เถ้าแก่โจวไม่จำเป็นต้องเกร็งถึงเพียงนี้ หนังสือฉบับนี้เชิญทุกท่านมาหารือเรื่องการร่วมมือกัน มิใช่เครื่องพันธนาการ”
“ข้านับถือความเอาใจใส่ที่เถ้าแก่โจวมีต่อกิจการของตน เรื่องความร่วมมือนี้ล้วนขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ในแวดวงการค้าสิ่งที่พึงหลีกเลี่ยงที่สุดคือการบังคับซื้อขาย หากทุกท่านเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็จงดำเนินกิจการตามวิธีเดิมเถิด”
ผู้คนในห้องต่างชะงักงัน
มีคนแอบเหลือบมองป้ายคำสั่งเหล็กดำที่เอวของเซี่ยชิงเฟิง นั่นคืออำนาจตรวจการของผู้ว่าการที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ ในวันวานผู้ใดขัดขืนคำสั่งทางการ เพียงป้ายนี้ตกอยู่กับตัวก็ทำให้ผู้นั้นลำบากไม่น้อย ทว่าบัดนี้ผู้ว่าการผู้มีสีหน้าเย็นชามาแต่ไหนแต่ไร กลับยอมให้พ่อค้าที่ไม่ประสงค์ร่วมมือจากไปโดยไม่เอาผิดจริงหรือ?
เถ้าแก่โจวไม่คิดว่าเซี่ยชิงเฟิงจะพูดจาง่ายดายเช่นนี้ ในที่สุดก็คลายใจที่แขวนค้างไว้ แล้วคำนับลึกอีกครั้ง “ใต้เท้าเซี่ยใจกว้างดุจมหาสมุทร ข้าน้อยจะจดจำไว้ในใจ!”
เซี่ยชิงเฟิงส่งสัญญาณให้จ้าวชีอีเก็บเอกสารตรงหน้าเถ้าแก่โจวไป “ทุกท่านย่อมมีตาชั่งอยู่ในใจว่าจะเลือกเช่นไร ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องกล่าวไว้ก่อน”
“เมื่อจรดพู่กันลงในเอกสารฉบับนี้แล้ว ก็ถือเป็นสัญญาของสุภาพชน และเป็นพันธสัญญากับเมืองหลินผิง บรรดาประมุขตระกูลที่ลงนามในวันนี้ หากภายหน้าคิดกลับคำย่อมไม่ได้” เขาเงยหน้าขึ้น กวาดสายตาคมกริบราวเหยี่ยวไปทั่วเหล่าประมุขตระกูล “เมืองหลินผิงยินดีแบ่งปันโอกาสทางการค้ากับทุกท่าน แต่ย่อมไม่อาจยอมให้ผู้ผิดคำสัตย์อยู่ร่วมด้วย”
