พวกพ่อค้าที่ออกเดินทางค้าขายไม่เพียงถูกคนของทางการดูแคลน แม้แต่ชีวิตและกิจการก็ยังอยู่ในกำมือผู้อื่น คำว่า “ร่วมมือ” ที่ผู้ว่าการเซี่ยเอ่ยปากนั้น แท้จริงก็เป็นเพียงการปล้นชิงในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น
เซี่ยชิงเฟิงไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะขวัญอ่อนถึงเพียงนี้ พ่อค้าหลายคนตาแดงก่ำ ราวกับใกล้จะร้องไห้เต็มที
เขากระแอมเบา ๆ แล้วกวาดตามองจ้าวชีอี
จ้าวชีอีเข้าใจในทันที จึงรีบคลี่ยิ้มกระตือรือร้น พลางโบกมือซ้ำ ๆ “ดูปากข้าสิ พูดไม่รู้เรื่องจนทำให้เถ้าแก่ทุกท่านตกใจแล้ว! ใต้เท้าเซี่ยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการค้าขายในเมืองหลินผิงมาโดยตลอด วันนี้ท่านมาด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง!”
เขาก้าวฉับ ๆ ไปยืนกลางหมู่ชน คลี่เอกสารออก แล้วใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามตัวอักษรทีละบรรทัด “มาเถิด พวกเรามาดูเงื่อนไขเหล่านี้ให้ละเอียดกัน...”
หลังจ้าวชีอีอธิบายจบ ทุกคนในที่นั้นต่างไม่อยากเชื่อหูตนเอง มีเรื่องดีเช่นนี้จริงหรือ?
เนื้อหาในเอกสารระบุว่า ก่อนหน้านี้ที่ว่าการยึดทรัพย์สินไว้เป็นจำนวนมาก แต่คนของที่ว่าการมิได้เชี่ยวชาญการค้า อีกทั้งกำลังคนก็ไม่เพียงพอ จึงต้องการให้พวกเขารับช่วงกิจการที่เกี่ยวข้องไปดูแล
ยกตัวอย่างเช่น จางซาน หลี่ซื่อ และหวังอู่ เดิมทีทำการค้าธัญพืชแห้ง หากลงนามในเอกสารฉบับนี้ ก็ต้องนำกิจการของตนไปรวมกับ “คลังธัญพืชใหญ่” ที่ที่ว่าการยึดมา แลกกับการได้เป็นผู้ดูแลและผู้ถือหุ้นของ “คลังธัญพืชใหญ่” แห่งเมืองหลินผิง
ที่ว่าการเมืองหลินผิงจะเป็นผู้รับรองให้พวกเขา ขอเพียงดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะประกอบการในรูปแบบใดก็ไม่ถือสา ทว่าในเอกสารระบุไว้เป็นพิเศษข้อหนึ่งว่า ต้องปฏิบัติต่อคนงานใต้บังคับบัญชาอย่างดี แม้ผลตอบแทนที่มอบให้จะเทียบกับการสร้างถนนและขุดลอกทางน้ำของเซี่ยชิงเฟิงไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องใกล้เคียงกัน
