ภายในตำหนักไท่เหอ เหล่านางกำนัลจัดแต่งประดับประดาไว้วิจิตรตระการตา เสาทองคำสลักลายมังกรพันด้วยแพรแดง ปลายแพรห้อยกระดิ่งไว้ เมื่อสายลมพัดผ่านตำหนัก กระดิ่งก็แกว่งไกวเบา ๆ ประสานรับกับเสียงระฆังสำริดจากมุมตำหนัก
โต๊ะไม้จื่อถานนับร้อยตัวเรียงรายไปตามผนัง บนโต๊ะมีถ้วยชามกระเบื้องเขียวบรรจุสุราสีอำพัน ข้างกันวางผลไม้เชื่อม ผลไม้แห้ง และขนมหน้าตาประณีต ของกินเหล่านี้ล้วนจัดเตรียมให้ถูกปากคณะทูตจากแต่ละแคว้น ทั้งอาหารที่แสดงเอกลักษณ์ของราชวงศ์เซิ่งหยวน และขนมพื้นเมืองเผื่อพวกเขากินไม่คุ้น อาทิ ลูกเกดจากดินแดนตะวันตก ขนมทะเลกรอบของแคว้นเหอฉี และแผ่นนมของแคว้นจินเหมิง
นับว่าเจ้าภาพใส่ใจในมารยาทอย่างครบถ้วน
เซี่ยชิงเฟิงเพิ่งเคยเข้าร่วมงานเลี้ยงใหญ่โตเช่นนี้เป็นครั้งแรก แม้แต่ลานว่างนอกแนวโต๊ะก็ปูพรมแดง บนพรมปักลวดลายรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งด้วยดิ้นทอง เพียงพรมผืนนี้ก็มีราคาสูงลิบ
เซี่ยชิงเฟิงลองคำนวณในใจ หากไม่นับค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงถนนหนทางในเมืองหลวงเมื่อหลายวันก่อน งานเลี้ยงคืนนี้เพียงงานเดียวก็ต้องใช้เงินอย่างน้อยหนึ่งล้านตำลึง ไม่รู้ว่าเซียวหยุนซูจัดงานใหญ่โตเช่นนี้จะคุ้มค่าหรือไม่
ที่จริง ตอนแรกเมื่อเซียวหยุนซูคิดจะให้แคว้นต่าง ๆ มาเข้าเฝ้า เซี่ยชิงเฟิงก็เห็นเช่นเดียวกับเสาหงอวี้ คือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เซียวหยุนซูเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้สามปี รากฐานยังไม่มั่นคง ท้องพระคลังที่ฮ่องเต้องค์ก่อนทิ้งไว้ก็ไม่ได้มั่งคั่งนัก ทั้งเพิ่งผ่านภัยน้ำท่วมทางใต้ เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังชดเชยไม่ครบ ส่วนเบี้ยหวัดทหารรักษาชายแดนทางเหนือก็ยังค้างอยู่อีกสองเดือน ในเวลาเช่นนี้กลับไม่ใช้เงินกับความเป็นอยู่ของราษฎรและการทหาร แต่ฟุ่มเฟือยจัดงานให้หมื่นแคว้นมาเข้าเฝ้า ช่างไม่ใช่การกระทำที่ชาญฉลาดเอาเสียเลย
