เกอตันจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ลวดลายเกลียวคลื่นบนชุดแพรปักพลิ้วไหวอยู่ใต้แสงโคม
เขายกจอกสุราขึ้นคารวะเซียวหยุนซูจากระยะไกล น้ำเสียงไม่ดังไม่เบา ทว่ากลับกังวานไปทั่วท้องพระโรง “ในเมื่อฝ่าบาทตรัสว่าให้สนทนาแต่เรื่องสุนทรียรส กระหม่อมก็ขออาศัยบรรยากาศนี้กล่าวจากใจสักประโยคพ่ะย่ะค่ะ”
เขาดื่มสุราในจอกจนหมดในคราวเดียว “ครั้งนี้แคว้นเหอฉีมาเข้าเฝ้าถวายบรรณาการ นำปะการังมาถวายร้อยกิ่ง ไข่มุกพันหู่ นอกจากจะแสดงความสวามิภักดิ์แล้ว สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคืออยากขอความสงบสุขอันยั่งยืนจากฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยชิงเฟิงเลิกคิ้วขึ้น ในที่สุดก็มาแล้ว
เขารู้อยู่แล้วว่าแคว้นเหอฉีย่อมไม่พอใจเพียงการถวายบรรณาการธรรมดา ต้องมีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่านั้นเป็นแน่
เกอตันกล่าวต่อว่า “แคว้นเหอฉีตั้งอยู่ใกล้ทะเล ต้องเผชิญลมทะเลกัดเซาะตลอดปี ผืนดินแห้งแล้ง ผลผลิตธัญญาหารมีน้อย ราษฎรส่วนใหญ่ยังชีพด้วยการจับปลา ทว่าหลายปีมานี้ โจรสลัดอีกฟากฝั่งทวีความกำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน ไม่เพียงปล้นเรือประมงของแคว้นเรา ยังขึ้นฝั่งมารังควานอยู่เนืองๆ ราษฎรต่างทุกข์ระทมเหลือคณา”
น้ำเสียงของเขาเจือความหนักใจอยู่หลายส่วน “กำลังพลกองทัพเรือของแคว้นเรามีจำกัด ยากจะต้านทานการรุกรานของโจรสลัดได้จริงๆ ด้วยเหตุนี้จึงใคร่ขอพระเมตตาจากฝ่าบาท อนุญาตให้แคว้นเหอฉีส่งทหารเข้าไปศึกษาในสำนักศึกษาทหารเรือของราชวงศ์เซิ่งหยวน เมื่อสำเร็จแล้วจึงกลับแคว้นไปต่อต้านโจรสลัดพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่คำพูดนี้จบลง ภายในท้องพระโรงก็พลันเกิดเสียงฮือฮา
การให้ทหารต่างแคว้นเข้ามาศึกษาในสำนักศึกษาทหารเรือของแคว้นตนมิใช่เรื่องเล็กน้อย กลยุทธ์และค่ายกลของกองทัพเรือล้วนเป็นความลับ หากรั่วไหลออกไป ผลที่ตามมาย่อมเกินคาด
