เซี่ยชิงเฟิงถึงกับหาท่อนไม้มาท่อนหนึ่ง แล้วฟาดลงบนผิวปูนซีเมนต์อย่างแรงสุดกำลัง
เรื่องนี้ทำเอาพี่น้องจางเอ้อร์หู่ตกใจจนแทบขวัญหนีดีฝ่อ
ใต้เท้าเซี่ยกำลังทำอะไรอยู่?!
ปูนซีเมนต์นี่ไม่ใช่สมบัติล้ำค่าของเขาหรอกหรือ?
ปกติให้พวกเขาคอยปกป้องราวกับดวงตา แล้วเหตุใดวันนี้ถึงใช้ไม้ฟาดมันเล่า!
จางเอ้อร์หู่เบิกตากว้าง คางแทบจะร่วงลงพื้น ส่วนหวังจวินยิ่งสูดลมหายใจเย็นเยียบ ถอยหลังไปสองก้าวอย่างโซเซ
ทั้งสองตกตะลึงเพียงชั่วขณะ หลายวันมานี้พวกเขาปกป้องปูนซีเมนต์จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
จางเอ้อร์หู่ก้าวพรวดสามก้าวรวดเดียวไปถึงเบื้องหน้าเซี่ยชิงเฟิง พลางพึมพำว่า “แย่แล้ว แย่แล้ว ใต้เท้าเซี่ยคงเสียสติไปแล้ว! หากฟาดจนเสียหาย ความทุกข์ทรมานที่ข้ารับมาตลอดสามเดือนก็สูญเปล่าน่ะสิ!” ทั้งสองรีบยื่นมือจากคนละด้านไปดึงแขนเซี่ยชิงเฟิง หมายจะห้ามเขา
ทว่าพวกเขายังช้าไป กิ่งไม้ในมือเซี่ยชิงเฟิงฟาดลงบนปูนซีเมนต์แล้ว
ใครจะคิดว่าท่อนไม้หักเป็นสองท่อน ทว่าปูนซีเมนต์กลับส่งเสียงทึบต่ำ บนผิวเหลือเพียงรอยตื้น ๆ รอยหนึ่ง
ปูนซีเมนต์นี้ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ราวกับหินอย่างไรอย่างนั้น
“ในที่สุดก็ทำสำเร็จแล้ว!” แววตาเซี่ยชิงเฟิงเปล่งประกายยินดี มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนสั่งเซี่ยอี้ว่า “เสี่ยวอี้ ไปตามช่างของที่ว่าการมาที่นี่ให้หมด โดยเฉพาะช่างหนวดเครารุงรังที่บอกว่าข้าคิดเพ้อเจ้อคนนั้น”
เซี่ยอี้ขานรับทันที “ขอรับ คุณชาย!” กล่าวจบก็วิ่งออกจากลานเรือนไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังกระท่อมพักของเหล่าช่าง
