เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในที่ว่าการยิ่งทวีความเข้มข้น ถึงขั้นมีขุนนางบางคนพักค้างคืนในที่ว่าการทุกวัน เซี่ยชิงเฟิงจึงรีบสั่งให้ยุติลง ที่ว่าการควรให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นอันดับแรก เขาไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาที่ชอบทำงานเอาหน้า
เซี่ยชิงเฟิงเองก็เป็นยอดฝีมือด้านประสิทธิภาพ เขาเห็นว่าไม่ว่าจะเลิกงานยามใด ขอเพียงทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จก็พอ เพราะคนเบื้องล่างต่างก็มีชีวิตของตนเอง
ส่วนตระกูลใหญ่ที่ทำชั่วมานับไม่ถ้วนอย่างจางเฟิง เจิงหยวนไว่ และตระกูลจ้าวนั้น เซี่ยชิงเฟิงลงโทษอย่างเข้มงวดตามกฎหมายแห่งราชวงศ์เซิ่งหยวนโดยไม่มีข้อยกเว้น ราชวงศ์เซิ่งหยวนมีโทษทัณฑ์ทั้งหมดห้าประเภท ได้แก่ โบย ไม้เรียว จำคุก เนรเทศ และประหารชีวิต
ผู้กระทำผิดสถานเบาจะถูกลงโทษเนรเทศ ส่วนผู้กระทำผิดร้ายแรงจะถูกตัดสินประหารชีวิต
ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้ย่อมไม่อาจทำชั่วได้มากมายเพียงลำพัง ในจวนต้องมีคนคอยให้ความช่วยเหลือจากภายในเป็นแน่ เซี่ยชิงเฟิงไม่เคยคิดจะละเว้นพวกเขาตั้งแต่แรก เมื่อถอนหัวผักกาดย่อมพาดินติดขึ้นมาด้วย หลังจากสอบสวนอย่างเข้มงวด ขุนนางในที่ว่าการที่พัวพันกับเรื่องนี้ก็ถูกคุมขังทั้งหมด
แม้ขุนนางเหล่านั้นจะมีตำแหน่งเล็กน้อย แต่ก็เป็นขุนนางของราชสำนัก เซี่ยชิงเฟิงไม่อาจจัดการตามอำเภอใจได้ จึงต้องยื่นฎีกาสอบถามกรมขุนนางและฮ่องเต้
คาดไม่ถึงว่าเมื่อฎีกาถูกส่งขึ้นไป ไม่นานก็ได้รับคำตอบจากเซียวคังหยวน
ฮ่องเต้ตรัสให้เขากำจัดหนอนบ่อนไส้ในเมืองหลินผิงด้วยตนเอง หลังจากส่งหลักฐานให้กรมขุนนางและศาลต้าหลี่แล้ว ก็ให้จัดการตามกฎหมาย ส่วนพระองค์จะไม่เข้ามายุ่ง
เมื่อได้รับพระอนุญาตจากฮ่องเต้ เซี่ยชิงเฟิงก็ลงมือได้อย่างเต็มที่ ไม่เหลือไมตรีให้ผู้ใด สมควรถูกตัดสินอย่างไรก็ตัดสินเช่นนั้น สมควรถูกเนรเทศก็เนรเทศ
กลิ่นอับชื้นของราเจือปนกลิ่นสนิมลอยเข้าสู่จมูก จางเฟิงขดตัวอยู่บนกองฟางขึ้นรา “เคร้ง!” เสียงประตูเหล็กถูกกระชากเปิดอย่างหยาบคายดังก้องจนร่างจางเฟิงสั่นสะท้าน
